วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ม.ท.กำชับผู้ว่าจับตาแก๊งล้มเจ้า



กระทรวงมหาดไทยกำชับผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดจับตาแก๊ง "ล้มเจ้า" นักวิชาการชี้สะสางก่อนหายนะ

จากกรณีที่มีข่าวคนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน หากแต่เพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ทำให่แกนนำแต่ละพื้นที่ เดินสายทำกิจกรรมในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ด้วยเหตุผลว่าเพื่อระดมทุน "ล้มระบอบอำมาตยาธิปไตย"

จากกรณีดังกล่าว กระทรวงมหาดไทยเกรงว่าจะมีการปลุกปั่นประชาชนในต่างจังหวัด จึงกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดให้สอดส่องดูแลพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด ถึงกับมีการออกมาประกาศว่า หากปล่อยคนเสื้อแดงออกมาเคลื่อนไหวจะสั่งย้ายผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ

ด้วยเหตุผลว่า "แก๊งล้มเจ้าพยายามปลุกปั่นประชาชนด้วยข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ" โดยมีนักวิชาการหลายท่านออกมาขานรับและให้ข่าวกับสื่อกระแสหลักไปในทำนองเดียวกัน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้คนเสื้อแดงในพื้นที่แทบทุกจังหวัดถูกจับตามองจากคนของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด บางแห่งมีการส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตามประกบตัวแกนนำและผู้ต้องสงสัย ทำไห้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ในการประกอบสัมมาอาชีพประจำวัน

"ประชาธิปไตย แต่กต่างแต่ไม่แตกแยก" แต่หากรัฐบาลพยายามปิดกั้นไม่ยอมให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารทั้งสองด้าน แล้วปล่อยให้เขาเหล่านั้นใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ อาทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจไปว่าเป็นการ "ปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร" เข้าข่ายเผด็จการและยังมีความพยายามยัดเยียด "ข้อหาร้ายแรง" ให้กับคนไทยบางกลุ่ม

หากรัฐบาลกระทำการเยี่ยงนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา ก็อาจทำให้ประชาชนแบ่งฝักแบ่งฝ่ายมากกว่าที่เป็นอยู่ เหตุเพราะฝีมือของรัฐบาลเอง "นับแต่นี้จึงอยากขอร้องสื่อสารมวลชนและประชาชนช่วยกันจับตาดูการทำงานของกระทรวงมหาดไทย" อย่าได้กระพริบตา

เพระหากมีการใช้อำนาจรัฐเกินขอบเขตเข้าไปคุกคามมชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทำให้เกิดความหวาดกลัวและขาดอิสรภาพ อาจมีประชาชนบางกลุ่ม ลุกฮือขึ้นต่อต้านการกระทำของรัฐในแต่ละพื้นที่ก็อาจเป็นได้

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กฤษฎีกาฟัน "ทักษิณ"






กฤษฎีกาฟัน ทักษิณ ถอดยศสั่งริบเครื่องราชฯ พธม.บุกทูตเขมรอัดบิ๊กจิ๋วขายชาติทักษิณเผาบ้านอีก ขอบคุณพี่จิ๋วป่วน “กฤษฎีกา” ฟันธงให้ถอดยศ พ.ต.ท.-ริบคืนเครื่องราชฯ “ทักษิณ” หลังถูกศาลฎีกาฯ จำคุก 2 ปี ชี้คำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
ขณะที่ปัญหาไทย-กัมพูชา “มาร์ค” มั่นใจฮุน เซน เข้าใจสถานภาพทักษิณมากขึ้น หลังส่งเทพเทือกเคลียร์ ย้ำคิดให้ดีให้ที่พักพิงแม้ว “สุเทพ” ยันคุย ฮุน เซน ไร้ปัญหาคาใจแล้ว อ้างนายกฯ เขมรไม่คิดก้าวก่ายการเมืองไทย
แฉแผน "ทักษิณ" หวังใช้ศาลเขมรฟอกผิดก่อนกลับไทย เลียนแบบผู้นำเผด็จการต่างประเทศ ด้าน “วีระ” ยกพลสมัชชา ปชช.บุกสถานทูตเขมร ประณามฮุน เซนจุ้นการเมืองไทย อัดบิ๊กจิ๋วขายชาติ ส่วน “พธม.” ประณามเพื่อไทยสมคบกัมพูชาย่ำยีเกียรติภูมิชาติ อัดนำผลประโยชน์ชาติไปแลกผลประโยชน์ส่วนตัว
“จำลอง” แฉจิ๋วชวนเข้า พท.แต่ปัด ชี้รับไม่ได้ คบพวกด่าป๋าเปรมเสียๆ หายๆ ขณะที่ “บิ๊กจิ๋ว” ไม่สนคำครหาขายชาติ ยันเดินสายเผาบ้านต่อ ปัดชักศึกเข้าบ้าน ส่วน “ทักษิณ” โฟนอินขอบคุณจิ๋วยันทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เตรียมบินเขมรขอบคุณ ฮุน เซน
“ลิ่วล้อแม้ว” โม้อีก 2 ธ.ค.นายใหญ่กลับไทย โวระดมคน 2 แสน รอต้อนรับสุวรรณภูมิ ขณะที่ “เสื้อแดง” ประกาศเดินหน้าป่วนเมืองเดือน พ.ย. โวมาเป็นล้าน ยันไล่รัฐบาล ไม่ชนะไม่เลิก ด้าน “เทือก” ขู่งัด กม.มั่นคงรับมือ เตือน พท.-เสื้อแดง ใช้กำลังข่มขู่ล้มล้างรัฐบาล ไม่มีวันได้ชัยชนะที่ยั่งยืน
ข่าวจาก หนังสือพิมพ์บ้านเมือง/ryt9.com
บทวิเคราะห์
กรณีกฤษฎีกาฟัน "ทักษิณ" ถอดยศสั่งริบเครื่องราชฯ คงมีคนไทยและต่างชาติจำนวนไม่น้อย สงสัยว่าทำไมเพิ่งมาคิดดำเนินการในช่วงสมเด็จฯ ฮุนเซนออกมาแสดงความเป็น "มิตรแท้" ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
และหากทำเช่นนั้นจริง จะยิ่งเป็นการ "ตอกย้ำ" ให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เพียงเพราะต้องการทำลายชื่อเสียงเกียรติยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เหตุเพราะไม่มีความผิดอื่นใดที่สามารถดำเนินคดีตามกฏหมายได้
กรณีที่มีการออกแฉแผน "ทักษิณ" หวังใช้ศาลเขมรฟอกผิดก่อนกลับไทย มีคนจำนวนไม่น้อยสงสัยว่า ผู้ออกมาให้ข่าวมีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ หากมีทำไมไม่งัดออกมาเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย หรือว่าเป็นเพียงการให้ข่าวจากจินตนาการ เพื่อหวัง "จุดประเด็นทำลายฝ่ายตรงข้าม"
กรณีนาย “วีระ” ยกพลสมัชชา ปชช.บุกสถานทูตเขมร ประณามฮุนเซนจุ้นการเมืองไทย อัดบิ๊กจิ๋วขายชาติ คงมีคนไทยจำนวนไม่น้อย อยากทราบว่ามีพื้นที่ส่วนไหนของไทยที่ถูกบิ๊กจิ๋วขาย
หากการไปเยือนกัมพูชาของบิ๊กจิ๋ว ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการไปเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าในฐานะ "มิตร" หมายถึงการขายชาติ แล้วกรณีผู้นำประเทศไทยอย่างอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สุเทพ เทือกสุบรรณ กษิต ภิรมย์และคนอื่นๆ ก็เคยไปกัมพูชาเหมือนกัน แบบนี้ไม่เรียกว่า "ขายชาติ" ด้วยหรือ
การไปเยือนต่างประเทศของบิ๊กจิ๋ว อาจมีหลายคนมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอดีต “บิ๊กจิ๋ว” เคยมีตำแหน่งถึงนายกรัฐมนตรี และเมื่อกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้ง การพาตัวไปเชื่อมสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านย่อมเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง
ส่วน “พธม.” ออกมาประณาม "เพื่อไทย" สมคบกัมพูชาย่ำยีเกียรติภูมิชาติ อัดนำผลประโยชน์ชาติไปแลกผลประโยชน์ตน ข้อหาเหล่านี้ร้ายแรง หากไม่มีหลักฐานแต่เป็นแค่เพียงลมปากออกมากล่าวหาอย่างเลื่อนลอย อาจมีหลายคนมองว่า พธม. ให้ข่าวโดยมีเจตนา "หวังทำล้ายชื่อเสียงพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม"
หาก "เพื่อไทย" ฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาท และกัมพูชานำไปเป็นประเด็นต่อนานาชาติ ว่า พธม. ใส่ร้ายป้ายสี พูดจาเลื่อนลอยปราศจากข้อมูลหลักฐาน พรรคการเมืองใหม่และชื่อเสียงของพันธมิตรฯ ในสายตาชาวโลกจะเป็นเช่นไร?
เพราะกรณีการบุกยึดสถานที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะสนามบินนานาชาติ ย่อมประจารณ์ตัวเองและความศักดิ์สิทธิ์ของกฏหมายไทยอยู่แล้วว่า พันธมิตรฯ เป็นพวกที่ชอบใช้ความรุนแรง โดยที่กฏหมายบ้านเมืองไม่สามารถเอาผิดได้ แล้วแบบนี้ประเทศที่มีประชาธิปไตยเต็มใบ ยังจะกล้าคบค้าสมาคมกับประเทศไทยอยู่อีกหรือ?
กรณีที่มีข่าวว่า "นายใหญ่กลับไทย วันที่ 2 ธ.ค." และมีการระดมคน 2 แสน รอต้อนรับที่สุวรรณภูมิ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไทยย่อมมีสิทธิ์กลับแผ่นดินถิ่นเกิด และจากเสียงเรียกร้องของคนรากหญ้า เนื่องจากการดำเนินนโยบายผิดพลาดของรัฐบาล ทำให้มีเสียงเรียกหา พ.ต.ท.ทักษิณ ดังกระหึ่มไปทั่วประเทศ จึงอาจมีประชาชนนับล้านที่ชื่นชอบนโยบาย "ทักษิโณมิก" ไปรอต้อนรับ
และต่อให้รัฐบาลงัดกฏหมายความมั่นคงมาใช้ ก็ไม่สามารถห้ามจิตใจที่มุ่งมั่นจากพลังศรัทธาของประชาชนที่มีต่อ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" ได้
และหากรัฐบาลคิดจะใช้กำลังสลายการชุมนุม หรือสลายผู้ที่ออกไปรอต้อนรับ "ทักษิณ" อาจมีการเสียเลือดเนื้อของคนไทยด้วยกันเอง
ทั้งนี้ ก็เพราะเหตุแห่ง "ความอิจฉาริษยา" ต้องการเอาชนะของรัฐบาลและเหล่าอำมาตย์ที่สะกดคำว่า "แพ้ไม่เป็น" โดยไม่สนใจเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน นั่นเอง

จับตาสื่อ "สร้างจินตนาการแดงล้มเจ้า"



ปัจจุบันสื่อมีบทบาทอย่างสูงในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เพราะสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างอิสระ บนพื้นฐานของการคาดเดาและความน่าจะเป็น

ยกตัวอย่างกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงที่กำลังถูกสื่อหลายกระแสและนักวิชาการบางกลุ่ม ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พยายามเชื่อมโยงว่า "แดงคิดจะล้มเจ้า"

ซึ่งข้อหานี้ร้ายแรง และหากผู้บริโภคสื่อไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบ เชื่อตามที่เป็นข่าว กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็จะตกอยู่ในสภาพ "ล้มเจ้า" ไปตามกระแสแห่งสื่อที่ออกมาปั้นข่าวอย่างไม่ต้องสงสัย

ข้อหาร้ายแรงเช่นนี้ คนไทยทุกหมู่เหล่าไม่สามารถยอมรับได้ เพราะคนไทยล้วนแล้วแต่มีความจงรักภักดี รักและเทอดทูลสถาบันเหนือสิ่งอื่นใด

แต่ผลจากสื่อหลายกระแสที่พยายามสร้างข่าว อาจทำให้ผู้บริโภคเชื่อไปตามนั้น ผลที่ตามมาก็คือ "แดง" ถูก โกรธ เกลียด ชิงชัง และหากมีกลุ่มคนที่มีความน่าเชื่อถือทางสังคมออกมาฉวยโอกาสกระหน่ำซ้ำ ด้วยการปลุกปั่นกระแสให้คนเห็นจริงตามข่าว ก็จะยิ่งเพิ่งกระแสแห่งความเกลียดชังหนักขึ้นไปอีก

แต่หากผู้รับข่าวสารจะวิเคราะห์ให้รอบคอบสักนิด ก็จะเห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นเพียงการตั้งข้อสันนิษฐาน คาดเดาโดยไม่มีหลักฐานแน่ชัด ผู้รังสรรค์ข่าวเพียงแค่จินตนาการ ต่อจากนั้นก็จะมีนักวิชาการและนักการเมืองบางกลุ่มออกมารับลูกอย่างเป็นขบวนการ โดยพยายามเชื่อมโยงกับเหตุการณ์บางอย่าง เพื่อให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารคล้อยตาม

จากกรณีดังกล่าว หากคนเสื้อแดงนับล้านไม่ออกมาแก้ไขและยังคงเพิกเฉย ไม่ฟ้องร้องดำเนินคดีกับสื่อ นักวิชาการและนักการเมืองเหล่านั้น และหากประชาชนผู้บริโภคสื่อเข้าใจว่าเป็นจริงตามข่าว ผลที่ตามมาก็คือโทษทางสังคมซึ่งร้ายแรงจนคนเสื้อแดงคาดไม่ถึง และนี่อาจเป็นยุทธวิธีทำลายชื่อเสียงวิธีสุดท้ายที่ฝ่ายตรงข้ามคิดได้และกำลังนำมาใช้

ทักษิณโพสต์ทวิตเตอร์ "ผู้นำชาติอาเซียนโทรบ่น"


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ว่า “เมื่อคืนนี้มีผู้นำท่านหนึ่งที่ไม่ใช่ท่านฮุนเซน โทรมาบ่นว่างานประชุมครั้งนี้เหนื่อยมาก เพราะเจ้าภาพชอบพีอาร์ตัวเอง เลยมีพิธีการเยอะไปหน่อย


รัฐบาลบอกว่าผมใช้ท่านฮุนเซนออกมาพูดให้ผมโถ ผมต้องเจียมตัวครับสถานะอย่างผมวันนี้อย่าว่าจะไปใช้ผู้นำประเทศอื่นเลยแม้กระทั่งลูกน้องที่เคยไว้ใจ ลูกน้องที่เอาเงินผมไปใช้ยังทิ้งผมเลย ผมจะไปใช้ใครได้ มีแต่คนที่เขาทนไม่ได้ต่อความไม่เป็นธรรมที่ผมถูกรังแกอย่างทุเรศๆ เท่านั้นที่ออกมาต่อสู้ให้

คนที่ออกมาสู้ให้ผมมีหลายระดับหลายฐานะและการศึกษา แต่รับรองได้คนเหล่านี้มีจิตใจเป็นธรรมไม่เชื่อลองเข้าไปดูในกลุ่มคนเสื้อแดงก็จะรู้ความจริงครับ นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า “เห็นคุณอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมยุบสภาและเลือกตั้งคราวหน้าจะสูสีเพื่อไทย ผมเลยอยากจะขอให้ยุบเลยครับเพราะตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้วครับ”

ข่าวจาก Daiiy News Online

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ตายเร็ว หรือ อายุยืนเลือกเอา




ตั้งแต่อดีต...บุคคลสำคัญ อาทิ จอมพล ป. พิบูลสงคราม จอมพลถนอม กิตติขจร พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ รวมไปถึง ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จำเป็นต้องระหกระเหินเร่ร่อนลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ เพราะ "เกมการเมือง" ทำให้ไม่มีที่ยืน...ถูกบีบบังคับให้จนตรอก มองแล้วไม่ผิดแผกแตกต่างอะไรไปจากอดีตนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร" ในยุคประชาธิปไตยแห่งผู้ปฏิวัติ 19 กันยา 2549
หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ /ryt9.com

บทวิเคราะห์

จากบทความเพียงเท่านั้นจะเห็นว่ามีเนื้อหาทำนองข่มขู่ โดยการยกตัวอย่าง บุคคลสำคัญที่ลี้ภัยทางการเมืองและต้องไปจบชีวิตอยู่ในต่างประเทศ

แต่หากจะมองให้ลึกซึ้งชื่อของบุคคลเหล่านั้น ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานจดจำไปในทางที่ดีบ้างร้ายบ้าง แต่หากคนที่อยู่ในประเทศถูกโจมตีในทางเสื่อมเสีย ไม่ทันจบชีวิตก็ถูกนินทาว่าร้าย ถูกสาปแช่ง จากคนไทยด้วยกัน ทำให้ต้องอยู่อย่างหวาดผวา ไปไหนมาไหนมีขบวนคุ้มกันเป็นฝูง แล้วแบบนี้ท่านผู้นั้นจะอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร?

เลือกเอา ว่าจะตายเร็ว แล้วมีผู้คนยกย่องสรรเสริญ หรือไม่ทันจบชีวิตก็มีผู้คนแวดล้อมคอยตามปกป้องคุ้มภัย มีเพื่อนแท้ในทุกชนชั้น

หรือว่าตายช้า แต่ต้องอยู่อย่างหวาดผวา ท่ามกลางความเกลียดชัง ถูกผู้คนสาปแช่ง ไปไหนมาไหนต้องมีผู้คุ้มกันเพราะกลัวจะถูกลอบสังหาร หรือถูกข้าวของพื้นเมืองจากเพื่อนร่วมชาติขว้างปาด้วยความเกลียดชัง......

ปชป.แฉ มีหลักฐานชัดกรณีแม้ว-สมเด็จฯ ฮุนเซน

ปชป.แก้เผ็ด!เตรียมนำข้อมูลแฉสัมพันธ์"แม้ว-ฮุนเซน"เอื้อประโยชน์ " พ.ท."ได้ทีจี้ปลด"กษิต"ดึง"จิ๋ว"ช่วยงานปชป.เล็งทำข้อมูลแฉสัมพันธ์"แม้ว-ฮุนเซน" ชี้เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน

ซัด"ทักษิณ"ใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทย หวังโค่นรัฐบาล พันธมิตรจวก"บิ๊กจิ๋ว" ชักศึกเข้าบ้าน จี้รัฐบาลออกแถลงการณ์ตอบโต้ พท.ได้ทีเรียกร้องให้ปลด"กษิต" เปิดทางให้"พล.อ.ชวลิตไช่วยงานด้านต่างประเทศ

นายกฯไม่มีโอกาสคุย"ฮุน เซน"
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม กรณีสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปฏิเสธที่จะส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนให้ประเทศไทย หาก พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าไปลี้ภัยในประเทศกัมพูชา ว่าไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกับสมเด็จฯฮุน เซน มีแต่สมเด็จฯฮุน เซน มาพูดกับตนแค่นิดเดียว คือบอกว่าจะสนับสนุนให้เดินหน้ากลไกตามข้อริเริ่มเชียงใหม่ เรื่องที่เป็นข่าวไม่อาจยกมาคุยในการประชุมครั้งนี้ได้ "จุดยืนของผมก็ยังเหมือนกับที่เคยแถลงไปแล้ว" นายอภิสิทธิ์กล่าว

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ส.ส.สัดส่วน โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า หลายฝ่ายสงสัยว่าสมเด็จฯฮุน เซน และ พ.ต.ท.ทักษิณ น่าจะรู้กันในการดำเนินการ เพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนด้วย

นอกจากนี้การที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) เคยระบุได้นำคลิปการปราศรัยบนเวทีพันธมิตรของนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ด่าสมเด็จฯฮุน เซน ไปให้ลูกสาวของสมเด็จฯฮุน เซน รวมถึงการที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าพบสมเด็จฯฮุน เซน ก็ถือว่าสอดคล้องกับความน่าสงสัยเรื่องการเอาประโยชน์ของประเทศไปแลกประโยชน์ส่วนตัวของรัฐบาลในอดีต

ซึ่งเป็นที่มาของความเข้าใจผิดระหว่างประเทศ ถือเป็นการเอาขัดแย้งด้านความมั่นคงเข้าสู่ประเทศ หากผู้ดำเนินการไม่เห็นแก่บ้านเมือง ก็ขอให้ฟังคำเตือนของผู้ใหญ่ที่ระบุว่าระวังจะทรยศต่อชาติ ปชป.วอนคนไทยปกป้องศักดิ์ศรี

"หาก พ.ต.ท.ทักษิณ มั่นใจว่าคดีที่เกิดขึ้นเป็นความผิดทางการเมือง เหตุใดจึงโดนถอนวีซ่าจากหลายประเทศ และไม่ขอลี้ภัยทางการเมืองที่กฎบัตรสหประชาชาติ เพราะความจริงคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญาแผ่นดิน จึงไม่สามารถขอลี้ภัยได้"

นพ.บุรณัชย์กล่าว และว่า พรรควิเคราะห์ว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการยกระดับ จากยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศ มาเป็นการยืมมือประเทศเพื่อนบ้านกดดันประเทศไทยโดยตรง แต่โชคดีที่ประชาคมอาเซียน ปฏิเสธไม่ยุ่งกับกิจการประเทศอื่น

ทั้งนี้เชื่อว่า จะมีการเดินสายต่อเนื่องกดดันแบบนี้ เพื่อให้สอดรับการประชุมเอเปค และการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ จึงขอให้ประชาชนรู้เท่าทันออกมาปกป้องเกียรติภูมิศักดิ์ศรี ปกป้องกระบวนการยุติธรรมไม่ให้โดนล่วงล้ำอธิปไตยด้วยวิธีการดังกล่าว

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง กรรมการบริหาร ปชป. กล่าวว่า ขอให้คนไทยใช้เหตุผลในการพิจารณาเพื่อให้รู้เท่าทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่การที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงชื่นชมนายกฯต่างประเทศ และโจมตีผู้นำของตัวเอง ก็จะมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้นขอให้แกนนำเสื้อแดงไปอยู่กัมพูชา จะได้ไม่มีปัญหา

ทำข้อมูลแฉ"แม้ว-ผู้นำเขมร"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมโฆษก ปชป. ได้เตรียมจัดทำข้อมูลเพื่อชี้แจงให้ประชาชนรับทราบถึงความเชื่อมโยงระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับสมเด็จฯฮุนเซน ในการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน จนทำให้สมเด็จฯฮุน เซน ต้องออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวกับไทย ซึ่งจะมีการไล่เรียงถึงพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งแต่เป็นรัฐบาล ที่ได้สัมปทานโทรศัพท์มือถือในกัมพูชา ต่อเนื่องมาจนถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติให้ความเห็นชอบให้มีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

นอกจากนี้ที่น่าจับตามองที่สุดคือ ผลประโยชน์ในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติในกัมพูชา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวน และรายงานประจำปีของตลาดหลักทรัพย์ที่มีการบ่งบอกถึงการขายหุ้นชินคอร์ปฯ ให้กับกลุ่มเทมาเส็ก ซึ่งจะทำให้เทมาเส็ก ได้ดูแลผลประโยชน์ทุกรายการที่บริษัทชินคอร์ปฯ ได้รับจากกัมพูชาด้วย ซึ่งมีระยะเวลาสัมปทานถึง 99 ปี

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช โฆษกส่วนตัวหัวหน้า ปชป.กล่าวว่า ท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ออกมาเชิดชูสมเด็จฯฮุน เซน เหมือนเทพเจ้าประจำตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น เข้าใจว่าเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณกำลังเดินแผนยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทย โดยใช้ 3 ยุทธวิธี คือ 1.การให้นานาชาติปิดล้อม ต่อต้านประเทศไทย 2.การต่อรองกับสถาบัน 3.โค่นล้มรัฐบาล ปชป.

"สุริยะใส" ให้ "ชวลิต" พิสูจน์ 3 ข้อ
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตร ในฐานะเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) และนายสำราญ รอดเพชร โฆษก ก.ม.ม. ร่วมแถลงถึงกรณีสถานการณ์ทางการเมืองและสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน โดยนายสุริยะใสกล่าวว่า บทบาทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี สมาชิก พท.ไปพบ สมเด็จฯฮุน เซน เป็นการสารภาพหรือเปลือยกายล่อนจ้อนว่า ภารกิจครั้งนี้ คงเป็นภารกิจเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ

"ถ้า พล.อ.ชวลิตต้องการพิสูจน์ตัวเองหรือสร้างความน่าเชื่อถือ จะต้องพิสูจน์ตัวเอง 3 ประการ จึงจะมีเครดิตและมีน้ำหนักพอที่จะสามารถพูดคุยกับคนนั้นคนนี้ได้ คือ


1.ถ้า พล.อ.ชวลิต หวังดีกับประเทศชาติจริง จะต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือความสัมพันธ์ที่ดีที่มีต่อสมเด็จฮุน เซน หาทางคลี่คลายข้อพิพากษ์กรณีปราสาทเขาพระวิหาร

2.พล.อ.ชวลิต ต้องหว่านล้อมเจรจาและชักนำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดโจมตีกระบวนการยุติธรรม เคารพคำพิพากษาของศาล และกลับมารับผิด และ

3.พล.อ.ชวลิต จะต้องป้องปรามและห้ามปรามการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง และคนใน พท."

นายสุริยะใสกล่าว และว่า วันที่ 27 ตุลาคมนี้ เวลา 12.00 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ ทั้ง 5 แกนนำพันธมิตร จะมีการประชุมเพื่อแถลงจุดยืนและข้อเท็จจริงทั้งหมดถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต จะมีการติดต่อเข้าพูดคุยกับทั้ง 5 แกนนำพันธมิตร

จี้"อภิสิทธิ์"ตอบโต้กัมพูชา
นายสุริยะใสกล่าวว่า บทบาทของสมเด็จฮุน เซน ที่มีต่อเวทีอาเซียน สะท้อนถึงความล้มเหลวทางด้านนโยบายการต่างประเทศของรัฐบาลชุดนี้ เรื่องนี้ควรจะต้องมีการออกแถลงการณ์เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของคนไทย ซึ่งคำพูดของสมเด็จฮุน เซน เป็นการท้าทายกระบวนการยุติธรรมว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ผิด ดังนั้นรัฐบาลจะต้องออกแถลงการณ์เพื่อยืนยันกับประชาคมโลกว่า กระบวนการยุติธรรมของไทยน่าเชื่อถือ

นายสำราญกล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ชวลิต เดินทางไปเข้าพบสมเด็จฮุน เซน จนทำให้ผู้นำกัมพูชาได้แสดงท่าทีเอื้อเฟื้อถึงขนาดจะสร้างบ้านพักให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น นับเป็นบทบาทที่ซ้ำเติมสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งไม่น่าจะเป็นบทบาทของคนที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ของไทย เพราะแทนที่จะแปรศักยภาพความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้นำกัมพูชาเพื่อบ้านเมืองกลับไปแสดงบทบาทในลักษณะชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน

ปลด"กษิต"เปิดทางให้"ชวลิต"
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษก พท. กล่าวว่า คำให้สัมภาษณ์ของสมเด็จฮุน เซนกรณีไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ผิดพลาด นายกรัฐมนตรีควรใช้โอกาสนี้ปรับเปลี่ยนนโยบายด้านต่างประเทศ และปรับนายษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกจากตำแหน่ง โดยเป็นการตัดอวัยวะที่มีปัญหาทิ้งไปเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ แล้วเปิดโอกาสให้ พล.อ.ชวลิต ในฐานะตัวแทนของ พท. ที่มีความสัมพันธ์กับผู้นำประเทศต่างๆ โดยเฉพาะกัมพูชา พม่า และมาเลเซีย เป็นอย่างดีเข้าไปช่วยแก้ปัญหาในฐานะผู้นำที่ไปเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดย พท.ไม่ได้ขอให้แต่งตั้ง พล.อ.ชวลิต เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่ขอให้เปิดโอกาสให้ พล.อ.ชวลิต ได้ไปช่วยด้านต่างประเทศเท่านั้น

ให้นายกฯตบปาก2โฆษก
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า การที่โฆษก ปชป.กล่าวหาว่าทีมงานโฆษก พท.อยู่เบื้องหลังการออกมาแสดงจุดยืนไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ของโฆษกรัฐบาลกัมพูชานั้น ขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิง เพราะพรรครู้ดีว่าประเทศเพื่อนบ้านมีอธิปไตยและสามารถแสดงจุดยืนของตัวเองได้

"นพ.บุรณัชย์ ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาตกต่ำและมีปัญหา เป็นการพูดแบบปากพาจน เนื่องจากเป็นการดิสเครดิตประเทศเพื่อนบ้านและใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทย เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของพรรคตัวเอง เป็นการกระทำที่ขาดวุฒิภาวะ ในลักษณะเดียวของนายเทพไท ที่พูดแล้วทำให้กัมพูชาสั่งเพิ่มทหารบริเวณเขาพระวิหาร หากนายอภิสิทธิ์ เป็นผู้นำที่เข้าใจในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ จะต้องเรียกนายเทพไท และนพ.บุรณัชย์ มาตบปาก เพราะพูดแล้วทำให้นายกรัฐมนตรีไทยเสียรังวัดอย่างเห็นได้ชัด" นายพร้อมพงศ์กล่าว

สมัชชาฯนัดชุมนุมประณาม
นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการเครือข่ายสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เครือข่ายฯจะระดมประชาชนมารวมใจปกป้องบ้านเมือง โดยจะประท้วงที่หน้าสถานทูตกัมพูชา ประจำเทศไทยในเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม เพื่ออ่านแถลงการณ์ประณามสมเด็จฮุน เซน และ พล.อ.ชวลิต โดย พล.อ.ชวลิตเป็นผู้เขี่ยลูกก่อน จึงเปรียบเสมือน "พระยาจักรีที่ชักศึกเข้าบ้าน" กรณีนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องมีท่าทีต่อพล.อ.ชวลิต ในฐานะสมาชิก พท.ว่ามีการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติหรือไม่
"ผู้นำไทยต้องเชิญสมเด็จฮุน เซน ออกนอกประเทศทันทีที่มาพูดกล่าวหากระบวนการยุติธรรมของไทยแบบนี้ แต่นายกฯกลับแสดงท่าทีน้อยเกินไป และขณะนี้สมเด็จฮุน เซน รุกคืบในพื้นที่ทับซ้อนชายแดนไทย-กัมพูชาเข้ามาแล้ว หากไม่มีท่าทีใดๆ ก็ต้องใช้กองทัพเข้าประชิดพรหมแดนชายแดนดังกล่าว และนายกฯไทยมาอ้างมารยาทการทูตหรืออ้างสุภาพบุรุษไม่ได้ ต้องใจนักเลง แต่นายอภิสิทธิ์กลับอ่อนแอ ใจไม่เข้มแข็งพอต่อการดำเนินท่าทีต่อกัมพูชมา ดังนั้น นายอภิสิทธิ์ไม่เหมาะสมความเป็นผู้นำในวิกฤตความขัดแย้งได้" นายไชยวัฒน์กล่าว

ข่าวจาก Matichon Online


บทวิเคราะห์จากมือใหม่

มีคนไทยจำนวนมากตั้งตาคอยข้อมูลจากพรรค ปชป.ที่เตรียมออกมาแฉความสัมพันธ์ระหว่างแม้ว-ฮุนเซน อย่างใจจดใจจ่อ หากมีข้อมูลหลักฐานจริง ประชาชนขอวอนว่าอย่าช้า รีบนำออกมาเปิดเผยโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจมีหลายฝ่ายมองว่าเป็นการออกมาพูดผ่านสื่อเพื่อต้องการใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้าม

และหากทักษิณใช้ยุทธศาสตร์ "โลกล้อมประเทศเพื่อหวังโค่นล้มรัฐบาล" หากรัฐบาล ปชป. แน่ใจว่าทำถูกต้องและมีหลักฐานชัดเจน จะกลัวไปใยกับสายตาประชาคมโลก และที่สำคัญสื่อในยุคปัจจุบันก้าวล้ำทันสมัย มีหรือนานาชาติจะไม่ล่วงรู้ข่าวสารจากประเทศไทย

กรณีพันธมิตรฯ จวกบิ๊กจิ๋วชักศึกเข้าบ้าน คงมีคนไทยจำนวนไม่น้อยอยากถามว่าแล้วการกระทำของพันธมิตรฯ เมื่อครั้งอดีต เขาเรียกว่า "ปล้นชาติ เพื่อส่งให้นายอภิสิทธิ์และพรรคพวกกินรวบประเทศไทย" ใช่หรือไม่

กรณีสมเด็จฯ ฮุนเซน แห่งกัมพูชาปฏิเสธที่จะส่งตัวทักษิณเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ในฐานะเพื่อนที่มีความจริงใจต่อกัน หลายคนอาจมองว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง "เพื่อนย่อมไม่ทรยศเพื่อน" และไม่ทำตัวเป็นงูเห่ายามเพื่อนตกทุกข์ได้ยาก และนั่นคือ "มิตรแท้" สิ่งนี้ต่างหากที่คนเสื้อแดงให้การยกย่อง และบางทีแม้แต่ประชาคมโลกอาจยกย่องสรรเสริญในความเป็นเพื่อนแท้ด้วยเช่นกัน

ส่วนกรณีที่ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ออกมาวิเคราะห์ว่า พ.ต.ททักษิณและสมเด็จฯ ฮุนเซนน่าจะรู้กันในการดำเนินการเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลก็เป็นการคาดการณ์ นั่นคือ "การเดา" โดยไม่มีข้อมูลหลักฐานชี้ชัด

กรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นำคลิปการปราศรัยของนายกษิต ภิรมย์ ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์สมเด็จฯ ฮุนเซนบนเวทีพันธมิตรฯ ไปให้ลูกสาวสมเด็จฯฮุนเซนดู เรื่องนี้ก็ไม่แปลกเพราะนายกษิต ภิรมย์ทำเช่นนั้นจริงๆ

ส่วนที่วิพากษ์วิจารณ์กรณี พล.อ.ชวลิตไปเยือนกัมพูชาว่าประจวบเหมาะกับเหตุการณ์ ว่าน่าจะมีการเอาผลประโยชน์ของประเทศไปแลกกับผลประโยชน์ส่วนตัวของรัฐบาลในอดีต นั่นก็เป็นการคาดเดา ซึ่งปราศจากข้อมูลหลักฐานยืนยัน แต่หากรัฐบาลมีหลักฐานชัดเจน ก็ควรนำออกมาเปิดเผยให้คนไทยและต่างชาติรู้ทั่วกัน

กรณีนายบุรณัชย์และนายสุริยะใสพูดทำนองขอร้องประชาชนให้ออกมาปกป้องเกียรติภูมิและศักด์ศรีของขบวนการยุติธรรมและประเทศชาติ คงมีคนอีกจำนวนไม่น้อย อยากทราบว่าศักดิ์ศีรีของใคร นายกษิต ภิรมณ์ พรรคประชาธิปัตย์ หรือเพื่อพันธมิตรฯ กันแน่

กรณีที่มีคนออกมาพูดถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองออกมาเตือน "ระวังจะเป็นการทรยศชาติ" คงมีคนสงสัยไม่น้อยว่า กรณีเพื่อนช่วยเพื่อนของสมเด็จฯ ฮุนเซน กรณี พล.อ.ชวลิต ไปเยือนกัมพูชา ทรยศชาติตรงไหน แล้วการปิดล้อมรัฐสภา บุกยึดทำเนียบรัฐบาล ปิดสนามบิน เขาเรียกว่า "ทำเพื่อชาติ" อย่างนั้นหรือ

กรณีที่พรรค ปชป.เตรียมไม้เด็ด แฉ พ.ต.ท. ทักษิณคนไทยตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ ขอให้เร่งดำเนินการโดยด่วน หากชักช้า อาจถูกพ.ต.ท.ทักษิณและสมเด็จฯฮุนเซน นำไปเป็นประเด็นฟ้องต่างชาติว่าถูกรัฐบาลไทยใส่ร้ายป้ายสีให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จะส่งผลให้รัฐบาลอภิสิทธิ์อับอายขายหน้าชาวโลกที่กุข่าวโดยไม่มีมูลมาเปิดเผย เท่ากับเจตนาหลอกลวงประชาชนโดยแท้

ส่วนนายสุริยะใส ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ ชวลิต ยงใจยุทธ คงมีคนหลายคนตั้งคำถามว่า สุริยะใส คือใคร มีสิทธิ์อะไรไปสั่ง พล.อ ชวลิต ในขณะที่ตัวเองถูกประชาคมโลกและคนไทยนับล้านมองว่าเป็น "ผู้ก่อการร้าย" ทำให้ประเทศชาติเสียหายนับแสนล้าน และมีส่วนอุ้มสมนายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

และเมื่อสมหวังได้รัฐบาลภายใต้การนำของ ปชป. รัฐบาลชุดนี้จึงทำทุกวิถีทางเพื่อตอบแทนบุญคุณ กระทั่งผู้ก่อการร้ายกำลังจะกลายเป็นผู้การการดีในปัจจุบัน ผิดกับสายตาชาวโลกที่นับวันรอว่าเมื่อไหร่คดีปิดสนามบิน บุกยึดทำเนียบรัฐบาล ปิดล้อมรัฐสภาจะได้รับการสะสาง

ส่วนกรณีที่นายชัยวัฒน์ สินสุวงศ์ออกมาประกาศว่าจะระดมประชาชนมารวมใจป้องกันบ้านเมือง อยากถามว่าที่ทำแบบนั้น เป็นการปกป้องบ้านเมือง หรือเผาบ้านเผาเมืองกันแน่ เพราะหากประเทศเพื่อนบ้านเจอท่าทีแข็งกร้าวของประชาชนชาวไทยจนเข็ดขยาดไม่กล้ามาลงทุนและพากันตัดส้มพันธ์ ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการค้าขายและการส่งออกเป็นส่วนใหญ่ จะเกิดอะไรขึ้น?

ส่วนที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ไปเยือนกัมพูชาในฐานะมิตร แล้วนายชัยวัฒน์นำมาประติดประต่อเรื่องราวโดยปราศจากข้อมูลหลักฐาน ซ้ำยังว่า พล.อ. ชวลิตเปรียบเสมือน "พระยาจักรีชักศึกเข้าบ้าน" คงมีคนไทยจำนวนไม่น้อยอยากถามว่า แล้วผู้ที่บุกยึดทำเนียบ ปิดล้อมสนามบิน ล้อมรัฐสภา ควรเปรียบเทียบกับอะไร แล้วการที่รัฐบาลนำผู้ก่อการร้ายในสายตาชาวโลกมาเป็นรัฐมนตรี...หมายความว่าอย่างไร?

อาจเป็นเพราะสาเหตุนี้ด้วยหรือไม่ ที่ทำให้รัฐบาลอภิสิทธิ์เสื่อมในสายตาคนไทย และประชาคมโลก เนื่องจากการวางตำแหน่งงานสำคัญผิดพลาด เพราะเมื่อนายกษิต ภิรมย์ เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ งานหลักก็คือการไล่ล่าทักษิณอย่างที่รู้ๆ กันอยู่

แต่เมื่อตัวนายกษิต ภิรมย์ถูกคนไทยและต่างชาติตั้งข้อสงสัย โดยเฉพาะกัมพูชาซึ่งนั่นเป็นเพราะปากพาจนของนายกษิตไปวิจารณ์สมเด็จฯ ฮุนเซน กลับมีผู้พยายามเชื่อมโยงให้ประชาชนออกมาต่อสู่เพื่อประเทศชาติ หากคนไทยจะฉุกคิดสักนิด ว่าตกลงเขาเรียกร้องให้สู้เพื่อชาติ หรือสู้เพื่อนคนของพันธมิตรฯ กันแน่ ก็จะดีไม่น้อย

ขอให้ผู้ที่ได้รับข่าวสารพิจาณาให้รอบคอบ ว่าข่าวสารที่ปราศจากข้อมูลหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนออกมาให้ข่าวก็แล้วแต่ ควรพิจารณาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่เชื่อเพราะคนๆ นั้นพูดแล้วเป็นข่าว หรือเชื่อเพราะเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ....

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สัมพันธภาพระหว่างทักษิณ-ฮุนเซน



สัมพันธภาพระหว่างเพื่อนที่มีมาช้านานของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และสมเด็จฮุนเซน แห่งกัมพูชา กำลังถูกนำมาขยายให้เป็นประเด็นทางการเมือง โดยสื่อหลายกระแสที่พยายามเชื่อมโยงโดยใช้คำว่า "ชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน" มาเป็นประเด็น

อีกทั้งพยายามเชื่อมโยงว่าทำเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน แต่หากจะวิเคาะห์จากสถานภาพ น.ช. หรือนักโทษชาย ของ พ.ต.ท.ทักษิณในขณะนี้ ไม่มีผลตอบแทนใดเลยที่จะเป็นประโยชน์ต่อกัมพูชา นอกจากคำว่า "มิตรแท้" ที่สมเด็จฮุนเซนมีให้เพื่อนในยามตกที่นั่งลำบาก

ความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่สื่อกระแสหลักบางค่ายพยายามเชื่อมโยง อาจทำไปเพื่อเอาใจคนบางกลุ่ม แต่ผลจากการกระทำนั้น อาจกระทบกระเทือนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไม่มีทางเลี่ยง

และหากจะมองในแง่ลบอาจส่งผลกระทบร้ายแรงถึงขั้นต้องปิดประเทศ ประชาชนที่อยู่แถบชายแดนที่เคยทำมาค้าขายกันอย่างปกติสุขมาก่อนหน้า อาจได้รับผลกระทบกระเทือนจากการประกอบสัมมาอาชีพอย่างไม่ต้องสงสัย

หากสื่อทำข่าวโดยปราศจากความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา และรัฐบาลนิ่งเฉยไม่ยอมออกมาแก้ไขข้อมูลข่าวสาร ประชาชนตาดำๆ จะเป็นเช่นไร?

ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเป็นไปด้วยดีมาช้านาน คงมีหลายคนอยากวิงวอนรัฐบาลอภิสิทธิ์ว่า โปรดอย่าให้สื่อที่ต้องการเพียงขายข่าวมาทำลายสิ่งดีๆ ที่บรรพบุรุษของเราได้สร้างขึ้นในยุครัฐบาลของท่านเลย ขอจงเร่งสร้างความสัมพันธ์อันดีสืบต่อไปเพื่อลูกหลานของเราในอนาคตเถิด

สื่อสร้าง และสื่อทำร้ายมีให้เห็นบ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นผู้ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารจึงควรใช้วิจารณญาณ และเลือกบริโภคสื่อที่จรรโลงสังคม อย่าบริโภคสื่อที่ผู้เขียนข่าวเอียงข้างไม่มีความรับผิดชอบ เอาความสะใจเข้าว่า ขอแค่ขายข่าวได้เป็นพอ..

คงมีหลายคนอยากถามสื่อสำนักนั้นว่า ที่ออกมาทำข่าวเช่นนี้ มีหลักฐานแน่ชัดแล้วใช่มั้ย? หรือว่านั่งเทียนเขียนข่าวเพื่อความสะใจ โดยไม่ถึงคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากข่าวที่ท่านหลับตาวาดวิมานในอากาศโดยปราศจากข้อมูลหลักฐานชัดเจน.....

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เกมอำนาจ วงจรอุบาทว์และบทวิเคราะห์การเมืองจากมือใหม่

"เกมอำนาจ วงจรอุบาทว์ “ ข่าวจากหนังสือพิมพ์บ้านเมือง

ก่อนที่จิ๋วจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยผมก็ให้คนไปบอกเขาว่า จะทำอะไรก็ขอให้คิดให้รอบคอบ ไตร่ตรองให้รอบคอบ ซึ่งผมใช้คำว่า “ไตร่ตรองให้รอบคอบ” ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นการกระทำที่ทรยศต่อชาติ นี่เป็นข้อความที่ผมสื่อไปถึงจิ๋ว

ในตอนเช้าวันนั้น” คำพูดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่ส่งสาร บอกผ่านสื่อมวลชนไปถึง พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ สหายศึก คู่ทุกข์ คู่ยาก ที่ปันใจไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย ศัตรูตลอดกาลของ พล.อ.เปรม สารนี้อาจจะไม่ได้ตั้งใจจะส่งถึง พล.อ.ชวลิต แต่ผู้เดียว แต่อาจจะเตือนใครหลายคนที่กำลังบ่ายหน้ามุ่งสู่พรรคเพื่อไทย

ต้องยอมรับว่าบรรยากาศของพรรคเพื่อไทยตอนนี้ร้อนแรงทีเดียว เพราะนอกจาก พล.อ.ชวลิต ที่เปิดตัวอย่างครึกโครมแล้ว ที่ไม่น้อยหน้ากัน คือนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ที่นำโดย พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ที่นำอดีตนายทหารเพื่อนร่วมรุ่นกว่า 50 ชีวิตเดินเข้าพรรค โดยที่เหลือก็กำลังทยอย ตาม ทิ้งให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะประธานรุ่นอยู่เดียวดายก็ได้ขุนทหารอีกคนที่เปิดตัวมาอย่างฮือฮา คือ พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อดีต รอง ผบ.ทบ. และนายทหาร คมช. ที่เคยมีประวัติลากตัวแกนนำเสื้อแดง และแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าไปสอบสวนในค่ายทหารเขตภาคเหนือมาแล้ว

ทางด้านดารา นอกจากที่มีพระเอก กรุง ศรีวิไล เป็น ส.ส.อยู่ก่อนแล้ว พรรคยังเปิดตัว สมบัติ เมทะนี ที่ประกาศจองเก้าอี้ ส.ส. ในเขตลาดพร้าว วังทองหลาง และบอกว่าจะยังมีดาราอีกมากมายหลายคนมาเพื่อขอลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคอีก

ทางด้านนักการเมืองล่าสุดจากการเปิดตัว ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผลงานโด่งดังคือตรวจ สอบการทุจริตรถและเรือดับเพลิงของ กทม. จนทำให้ อภิรักษ์ โกษะโยธิน ต้องลาออกจากผู้ว่าฯ กทม. และคนเพื่อไทยยังแกล้งทำข่าวหลุดว่า จะมี ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์อีกไม่ต่ำกว่า 5 ชีวิต พร้อมมา เมื่อปี่กลองการยุบสภาดังขึ้น

นอกจากนี้ยังมี ส.ส.จากพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นคนทรยศในสายตาพรรคเพื่อไทยเข้ามาด้วยดูแล้ว บรรยากาศ ซาบซ่า สดใส ยิ่งนัก

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำคนสำคัญ ยืนยันหนักแน่นว่า ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยจะได้เสียงเกินครึ่ง และจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวแน่นอน !!! และจะขอนิรโทษกรรมทุกสิ่งทุกอย่างให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และจะนำรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้ แต่ทุกอย่างจะเหมือนที่คิดอย่างนั้นหรือ เหมือนสุภาษิตของจีนที่ว่า “การกระทำขึ้นอยู่กับคน แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับฟ้า”

มาดูบทบาท พล.อ.ชวลิต ที่ว่ารอบนี้หวังถึงเก้าอี้นายกฯ ถึงตอนนี้จะทำตัวลีบเล็ก ไม่ขอมีตำแหน่งอะไร แต่งานชิ้นแรกที่ขมีขมันทำเพื่อหวังเข้าตาประชาชนและนายใหญ่ คือเดินทางไปยังกัมพูชาเข้าพบนายฮุน เซน นายกรัฐมนตรี โดยมั่นใจว่าความสัมพันธ์ที่มีอยู่แต่เดิมจะสร้างภาพให้ พล.อ.ชวลิต ดีขึ้น

แต่การณ์ตรงกันข้าม ผู้นำกัมพูชากลับวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมของไทย ถึงกับจะสร้างบ้านต้อนรับคนที่หนีการตัดสินของศาลไทย เหมือนไม่แยแส ไม่เห็นสถาบันศาลของไทยอยู่ในสายตา และไม่ทราบว่าใช้ตำแหน่งแห่งหนอะไร ที่ พล.อ.ชวลิต ต้องไปเจรจา ทั้งที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ไปคุยเรื่องการลงทุนก๊าซและน้ำมัน กับคนที่เคยถูกพาดพิงว่าเคยหวานชื่นกับรัฐบาลก่อนๆ ของไทยเพราะได้ พื้นที่อุดมพลังงานเหล่านี้ไปครอบครอง และ พล.อ. ชวลิต ทำเหมือนไม่รู้ว่ากำลังคุยกับคนที่ประกาศจะยิงคนไทยทุกคนที่เข้าไปในดินแดนทับซ้อนบนเขาพระวิหารคำพูดที่ว่า ทรยศต่อชาติ จึงไม่ใช่แค่คำพูดที่ลอยในอากาศ

ส่วนภาพของขุนทหารเดินตบเท้าเข้าพรรค อาจจะอยู่ในความยินดีของผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่อารมณ์ของ ส.ส. กลับตรงกันข้าม ซึ่งเริ่มตั้งแต่ พล.อ.ชวลิต ขนนายพล นักวิชาการ และอดีต ส.ส.พรรคความหวังใหม่เข้าพรรคมาแล้ว เพราะเก้าอี้ ส.ส.ทั้งสภามี แค่ 480 ตัว แต่เดิมก็แย่งชิงกันแทบตาย แต่วันนี้มีนายทหารมาเข้าชิงอีกร่วม 50 คน ซึ่งแต่ละคนก็เส้นใหญ่ เพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น กับนายใหญ่หัวหน้าพรรคตัวจริง ถ้าอยากจะลงและออกปากกับนาย มีหรือนายจะไม่ให้

ส่วนที่คาดหวังว่า จะให้ขุนทหารเหล่านี้จะมาค้ำจุนบัลลังก์การเมืองของพรรคเพื่อไทยในภายภาคหน้าก็เลื่อนลอย เพราะขณะอยู่ในราชการ คนเหล่านี้ก็ไม่ได้คุมกำลังอะไร และยิ่งเกษียณอายุราชการด้วยแล้ว เหตุที่มาเข้าพรรค สงสัยเพราะสลัดหนีอำนาจราชศักดิ์ไม่พ้น

ในส่วนของเก้าอี้ ส.ส.กทม. นอกจากผู้ที่ลงสมัครครั้งที่แล้วที่ได้รับว่าจะให้ลงอีกรอบแล้ว พรรคยังมีสัญญาใจกับแกนนำเสื้อแดงที่จะลงหลายคนแล้ว และยังมีทีมดาราแห่ลงมาอีก จะหาเก้าอี้ที่ไหนพอให้ ข่าวชิ้นแรกของขุนทหารที่ออกมา คือ ขุนทหาร ตท.10 ระแวง พล.อ.จิรเดช อดีต คมช. ที่อาจจะเป็นยุทธการม้าไม้เมืองทรอย เข้ามารายงานเรื่องในพรรคกลับไปรายงานสีเขียวที่อยู่ในกองทัพก็ได้

สำหรับเรื่องกระบวนการหาเสียงเลือกตั้งคราวหน้า ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า จะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ วีดีโอลิงค์มาในเมืองไทยและกระจายไปตามจุดหาเสียงพร้อมกัน 50 จุด ฟังดู ก็เป็นเรื่องทันสมัยดี แต่ลืมไปว่าสถานะอีกด้านหนึ่งของ พ.ต.ท.ทักษิณ คือผู้ต้องโทษ หนีคดีหนีคุก ถ้าใช้ยุทธวิธีนี้หาเสียง ถึงจะได้ ส.ส.มากแต่ต้องมีปัญหากับทาง กกต.แน่ๆ

อีกทั้งศัตรูคู่อาฆาตอย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่แหย่เท้าเข้ามาในระบบรัฐสภาในนามพรรคการเมืองใหม่ และยังอ้างสงวนสิทธิ์ ประกาศพร้อมต่อสู้กันทั้งในระบบรัฐสภาและบนท้องถนน ยังไม่นับกองทัพที่รู้ตัวดีว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลเมื่อไหร่ มีการย้ายล้างบางกันแน่ๆ และพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้อำนาจรัฐ ก็ต้องหาทางถีบตัวให้เลือกตั้งใหญ่ได้เสียงอันดับหนึ่งให้ได้

ศึกภายนอกที่ว่าหนัก ก็มาเจอศึกภายใน ที่รุมทึ้งแย่งเก้าอี้กันแล้ว ยังมีเรื่องตำแหน่งหัวหน้าพรรคตัวจริง ที่ต้องมีบารมี เป็นที่ยอมรับไม่เช่นนั้น ต่อให้มี 10 ทักษิณ 100 ชวลิต ก็เอาพรรคเพื่อไทยไม่อยู่แน่ !!!

ข่าวจาก ryte.com


บทวิเคราะห์จากมือใหม่ แบบคนที่ไม่เคยสัมผัสกับบรรยากาศในพรรคการเมือง

“ศึกนอกยังไม่จบ ศึกในอย่าเพิ่งปะทุ”

ปัจจุบัน คติที่ควรยึดถือ คือ “ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ไม่ใช่ค่าของคน อยู่ที่คนของใคร” เหมือนในอดีต ซึ่งถูกปลูกฝังมาตั้งแต่สมัยอำมาตย์ครองเมือง

ผู้วิจารณ์มองว่า ในพรรคการเมือง ไม่ว่าตำแหน่งหน้าที่ใดก็ตาม ควรจะมีการกลั่นกรองจากคณะกรรมการพรรค เพราะประชาธิปไตยมาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน และเมื่อมีคนจำนวนหนึ่งเข้าไปรวมตัวกันในพรรค ก็ควรยึดตามแนวทางนั้น

เมื่อถึงเวลาเลือกตั้งใหม่ ผู้ที่มีสิทธิ์มีเสียงในแต่ละเขตของพรรคอาจมีหลายคน จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าควรคัดสรรคจากการสอบคัดเลือก ประกอบกับชื่อเสียงของบุคคลท่านนั้น หรือไม่ก็ทำโพลจากคนในพรรคทั้งหมด หรือจากประชาชนว่าจะให้การสนับสนุนใครเพื่อจะได้ไม่เป็นที่ครหา และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย


แต่หากจะดูจากทุนที่บางท่านให้การสนับสนุน ก็ต้องหาทางให้เสียงมากกว่าครึ่งของคนในพรรคยอมรับบุคคลผู้นั้น

ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้สมัคร ก็เป็นทีมช่วยเหลือและควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษากิติมศักดิ์หรือผู้ทรงเกียรติอะไรสักอย่างในทีมจะได้ไม่รู้สึกน้อยหน้าคนอื่น แต่ผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้สมัคร จะต้อง ยกย่องบุคคลเหล่านั้นทัดเทียมหน้ากัน

ส่วนการจะรับฟังความคิดเห็นพวกเขาหรือไม่นั้น มีวิธีการหลีกเลี่ยงหลายอย่าง เช่น นโยบายพรรคไม่ได้มาทางนี้ (หาทางประวิงเวลาปรึกษาคนจากแดนไกลเพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุด) หรืออาจใช้วิธีประมวลความคิดเห็นจากหลายๆ แห่ง และใช้เสียงข้างมากในทีมตัดสิน

ส่วนเก้าอี้ในสภามีแค่ 480 ที่นั่ง อาจมีบางคนตกเก้าอี้ จากใบเหลือง ใบแดงของ กกต. หรือถูกฟ้องร้อง ถูกโจมตีจากบุคคลหลายฝ่าย หรือเจอข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวหลอก จากสื่อ (สื่อหลัก ไม่ใช่สื่อของทักษิณ ไม่ได้มีนัยทางการเมือง) จนกระเด้งกระดอนตกเก้าอี้ ส.ส. และอาจมีการเลือกตั้งใหม่ ทีนี้ก็อยู่ที่ว่าทักษิณ พูดผิดคณะกรรมการบริหารพรรค และประชาชนจะลงมติเลือกใคร

ส่วนเก้าอี้สำคัญในกระทรวงต่างๆ ก็เช่นกัน หากสื่อขุดคุ้ยความไม่ชอบมาพากลในการบริหาร รมว. รมช.ก็อาจตกเก้าอี้ลงมาได้เหมือนกัน และเมื่อถึงเวลานั้นก็สุดแท้แต่...........(คัดสรรกันใหม่) ประวิงเวลาเพื่อหาวิธี ดึงงาน ดึงคน ดึงอำนาจ

แต่ทางที่ดีสิ่งที่ควรทำในตอนนี้ คือพาทักษิณกลับบ้านอย่างปลอดภัยให้ได้ก่อน แล้วเมื่อนั้นการเข้าถึงกลไกการทำงานต่างๆ จะง่ายขึ้น เพราะอยู่ใกล้ สามารถติดต่อประสานงานได้สะดวกในทุกๆ ฝ่าย

กรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (ขงเบ้งแห่งกองทัพ) ท่านเป็นคนสุขุม นุ่มลึก ฉลาดล้ำและมีทีมงานน่าเชื่อถือ ผู้วิจารณ์มองว่า ขงเบ้งก็มีจุดอ่อน ดิฉันไม่รู้ว่าข้อมูลนี้จะไปถึงไหน คงพาดพิงไปมากกว่านี้ไม่ได้ จึงอยากให้ผู้ที่อยู่กับขงเบ้งมองให้รอบคอบ

ส่วนกรณีขุนทหาร ตท.10 ระแวง พล.อ.จิรเดช อดีต คมช. ที่อาจจะเป็นยุทธการม้าไม้เมืองทรอยมาใช้
ในเมื่อท่านไม่แน่ใจว่าเขาจะนำมายุทธวธีนี้มาใช้หรือเปล่า ทำไมไม่หาทางมอบหมายหน้าที่อันยิ่งใหญ่ และสำคัญ (อย่างคุม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) หรือไม่ก็งานด้านทหารแล้วส่งคนที่ไว้ใจได้ไปกำกับดูแลอีกที (แต่คนที่ส่งไปก็ควรจะมีวาจาเป็นอาวุธ อ่อนน้อม ถ่อมตน แต่ไม่อ่อนแอ รับฟัง แต่ไม่ทำตาม โดยใช้วิธีประวิงเวลา หาที่ปรึกษา)

ส่วนกรณีพันธมิตรฯ เตรียม 10 หรือท่านชวลิตและอดีต คมช. ที่เข้าร่วมงานในพรรค คงสามารถควบคุมดูแลได้ งานนี้งานช้าง และผู้ที่มีความสามารถทางการทหาร-ตำรวจ น่าจะทำได้ดีกว่าคนอื่น ที่สำคัญผู้ดำเนินการจะได้ไม่รู้นโยบายด้านอื่นๆ ของพรรค

กรณีคุณเฉลิม อยู่บำรุง บอกจะให้ พ.ต.ท.ทักษิณ วีดีโอลิงค์มาในเมืองไทยและกระจายไปตามจุดหาเสียงพร้อมกัน 50 จุด ดิฉันก็เห็นด้วยเพราะเพื่อไทยคือ สัญลักษณ์ของทักษิณ แต่ดิฉันกลัวว่าอาจมีปัญหากับ กกต. อย่างที่เป็นข่าว


และดีไม่ดี ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งอาจถูกเขี่ยตกเก้าอี้ทั้งที่ยังไม่ได้ทำงาน หรือไม่พรรคอาจถูกยุบก่อนที่จะเข้าไปบริหารบ้านเมือง เรื่องนี้ควรพิจารณาให้รอบคอบ ซึ่งผู้วิจารณ์ไม่สันทัดกฏหมาย และเรื่องราวต่างๆ ในพรรคการเมือง จึงมองอย่างคนนอกเหมือนคนทั่วๆ ไป และไม่สามารถเจาะลึกไปได้มากกว่านี้

ขอเตือนด้วยความหวังดี
“ขออย่าประมาท สื่อ และกระแสแห่งข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวหลอก ซึ่งเคยสร้างคน ทำลายคนมาแล้วทั้งในอดีตและปัจจบัน” อยู่ที่ว่าผู้ใช้จะมียุทธวิธีใด จะเลือกใช้เพื่อใคร เท่านั้นเอง

คติโบราณว่าไว้ “เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้” แต่หากจะมีใครทำให้เสือทั้งฝูงเข้ามาอยู่กรงเดียวกันได้ นั่นคือ อัจฉริยะ........................

แนวร่วมพันธมิตรฯ ยื่นหนังสือถึงฮุนเซนให้ถอนทหารออกจากพื้นที่ทับซ้อน


นายวีระ สมความคิด แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยพร้อมด้วย นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ มายื่นหนังสือต่อสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผ่านนายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน ที่หาดปึกเตียน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี

นอกพื้นที่เขตประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่คนเสื้อแดงมายื่นหนังสือ วานนี้ (23 ต.ค.) ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมีพันธมิตรฯ ในพื้นที่จำนวนหนึ่งมาให้กำลังใจนายวีระ

เนื้อหาหนังสือดังกล่าวเรียกร้องให้สมเด็จฮุน เซนมีคำสั่งให้ทหารและประชาชนชาวกัมพูชาทั้งหมดออกจากพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรบริเวณปราสาทพระวิหารภายใน 7 วัน เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนของไทย ไม่เช่นนั้นจะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการปิดล้อมสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย และคณะกรรมการมรดกโลกควรรับผิดชอบในฐานะที่เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จากการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

นายวีระ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณี สมเด็จฮุน เซน ให้สัมภาษณ์สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และขอให้สมเด็จฮุน เซน ออกจากประเทศไทยทันที

ข่าวจาก ryt9.com

บทวิเคราะห์

เป็นที่น่าสังเกตว่าเพระเหตุใดพันธมิตรฯ จึงออกมายื่นหนังสือในช่วงนี้ ทั้งที่ทหารกัมพูชาเข้าไปตรึงกำลังในเขตพื้นที่ทับซ้อนนานแล้ว

หลายคนอาจมองว่าพันธมิตรฯ เจตนาหาเรื่องผู้นำประเทศเพื่อนบ้านที่แสดงออกชัดเจนว่าเป็นมิตรแท้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยใช้วิธีการเดียวกับสื่อค่าย ASTV ที่เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์นักวิชาการและบุคคลสำคัญหลายคน ที่ให้การสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างสาดเสียเทเสีย จนบุคคลเหล่านั้นไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพระเสี่ยงกับการเสียชื่อเสียงถูกสื่อด่าฟรีโดยไม่สามารถตอบโต้

ส่วนกรณีข้อเรียกร้องที่นายวีระ สั่งให้สมเด็จฮุนเซนถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทับซ้อนภายใน 7 วัน ถือเป็นการบีบบังคับผู้นำประเทศเพื่อนบ้านเกินไปหรือไม่? ซึ่งเรื่องนี้หลายคนอาจมองว่าเป็นการกระทำที่เกินตัวของคนธรรมดาสามัญจะสามารถทำได้หรือเปล่า?

และอาจมองลึกไปอีกว่าหากไม่มีผู้ใหญ๋ในบ้านเมืองหนุนหลัง พันธมิตรฯ หรือจะกล้าหาญชาญชัยถึงขนาดนำเอาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเป็นเครื่องต่อรอง ถึงขนาดประกาศจะปิดล้อมสถานเอกอักรราชทูตกัมพูชา ประจำประเทศไทย

เพราะหากพันธมิตรฯ ทำเช่นนั้น จะเกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวง และอาจทำให้กัมพูชาตอบโต้โดยการปิดล้อมสถานทูตไทยในประเทศด้วยเช่นกัน

จากกรณีดังกล่าว จะทำให้กลายเป็นเรื่องบาดหมางกับประเทศเพื่อนบ้าน และหากเกิดกรณีพิพาทระหว่างประเทศ ประเทศไทยจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะเป็นฝ่ายเริ่มต้น

ส่วนกรณีที่นายวีระ สั่งให้สมเด็จฮุนเซนออกจากประเทศไทยทันที คงมีคนจำนวนไม่น้อยอยากทราบว่า นายวีระผู้นี้เป็นใคร? เป็นเจ้าของประเทศหรือไร? ถึงใหญ่โตกล้าสั่งการผู้นำประเทศเพื่อนบ้าน และแน่นอนน่าจะใหญ่กว่า นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งไม่มีอำนาจมากมายขนาดนั้น

โปรดอย่าลืมว่าการมาของสมเด็จฮุนเซนในครั้งนี้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน การกระทำของนายวีระและพวก เจตนาป่วนการประชุมครั้งนี้หรือไม่?
และหากนายอภิสิทธิ์ยังเหลือภาวะผู้นำของประเทศอยู่บ้าง ควรจะออกมาจัดการผู้ที่กล้าหาญชาญชัยป่วนการประชุมอาเซียนหรือเปล่า? หรือท่านจะปล่อยให้นายวีระทำตัวใหญ่คับบ้านนึกจะไล่ใครออกจากประเทศก็ย่อมได้กระนั้นหรือ?

และหากท่านนายกยังคงปล่อยให้นายวีระและพวกทำตัวใหญ่โตคับบ้านคับเมืองเช่นนี้ มิตรประเทศที่เข้าร่วมประชุมอาเซียนจะนอนหลับสนิทในประเทศไทยได้อย่างไร?
เพราะเกิดวันดีคืนดี พูดจาไม่เข้าหูพี่ใหญ่พันธมิตรฯ อาจถึงกับปิดล้อมโรงแรม ปิดล้อมสนามบิน จนบรรดาท่านผู้นำไม่สามารถกลับประเทศก็อาจเป็นได้

คงมีประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อย อยากตั้งคำถามพันธมิตรฯ ว่าทำไปเพระเหตุใด? โกรธที่สมเด็จฮุนเซนแสดงตัวเป็นมิตรแท้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้วดึงเอาเรื่องประสาทเขาพระวิหารมาเป็นเครื่องมือเพื่อทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใช่หรือไม่? และใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำนี้?

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552

"ทักษิณ" สั่งลูกพรรคเกาะติดพื้นที่เตรียมเลือกตั้งใหม่

ทักษิณสั่งลูกพรรค พท.เกาะติดพื้นที่เตรียมเลือกตั้งใหม่ชูนโยบายประชานิยม


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กำชับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย(พท.) ปูพรมลงพื้นที่เกาะติดประชาชน โดยชูประเด็นนำนโยบายประชานิยมกลับมาใช้อีกครั้ง มั่นใจเลือกตั้งใหม่ปีหน้าแน่นอน พร้อมอ้อนขอแรงช่วยให้มีโอกาสกลับบ้าน

"ขอให้ว่าที่ผู้สมัครทุกคนขยันลงพื้นที่ให้มาก สถานการณ์เมืองขณะนี้ไม่แน่นอน น่าจะมีการเลือกตั้งเกิดต้นปีหน้าแน่นอน เพราะพรรคประชาธิปัตย์เองก็มีปัญหาหนักมากภายในพรรค...เลือกตั้งครั้งหน้าผมต้องพึ่งพาพวกคุณ หากได้เสียงกลับมาเกินครึ่งผมก็จะมีโอกาสกลับบ้าน"พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวผ่านระบบวิดีโอลิงค์มายังงานสัมมนาเตรียมการเลือกตั้งครั้งที่ 1 พรรคเพื่อไทย

อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากนี้ไปเมื่อเข้ามาอยู่พรรคเพื่อไทยแล้วก็ต้องมีอุดมการณ์ชัดเจน ขอให้มั่นคงกับพรรค ประเภทที่ผัวอยู่พรรคนึงเมียอยู่พรรคนึงไม่เอาแล้ว ต้องมีอุดมการณ์ ต้องตัดสินใจให้แน่นอน

"ใครที่ไปยกมือเลือกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯ ผมไม่รับกลับมาแน่" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นกลุ่มว่าที่ผู้สมัครล็อตแรก (69 คน) ซึ่งบางคนที่เคยเป็น ส.ส.มาก่อนก็คงทราบแนวทางดี แต่สำหรับยุทธศาสตร์การหาเสียงในสถานการณ์การเมืองขณะนี้จะต้อง กลับไปหาประชาชน คือ

1.ลงพื้นที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนให้มาก
2.ยึดหลักกฎหมายอย่าไปเดินตามเกมฝั่งตรงข้าม
3.ยึดนโยบายประชานิยมเดิมของพรรคเป็นหลัก โดยให้ไปทำความเข้าใจกับประชาชนให้ทั่วถึง

"ทราบมาว่ามีบางพรรคใช้เงิน แต่เราต้องใช้นโยบาย ซึ่งต่อไปพรรคจะสร้างเครือข่ายอาสาสมัครจับผิดโกงพรรคการเมืองอื่นที่ทุจริตเลือกตั้ง" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยจัดงานสัมมนาดังกล่าวภายใต้สโลแกน "คิดให้ชัด ปฎิบัติให้ครบถ้วน เตรียมตัวเป็น ส.ส.อีกสมัย เตรียมใจเป็นรัฐบาลกันอีกครั้ง เตรียมพร้อม เพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นได้ในทันทีทันใด"

ในงานมีการแจกหนังสือ"ทักษิณ ชินวัตร คนไทยหายจน(เสียดายถูกปล้นเสียก่อน) "ให้กับว่าที่ผู้สมัครฯ ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม แจกสมุดปกขาว"พรรคประชาธิปัตย์ทำอะไร ใครๆ ก็รู้" ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีเงินบริจาค 256 ล้านบาท
ข่าวจาก ryt9.com

บทสรุปจากมือใหม่

จากข่าว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร สั่งลูกพรรคเกาะติดพื้นที่และพยายามชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะประชาธิปไตย ต้องมาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเป็นหลัก

และหากคนเหล่านั้นเข้าใจถึงสิทธิ และหน้าที่ของตนว่าเสียงของพวกเขามีผลกระทบกับประเทศชาติเพียงใด ต่อให้พรรคอื่นใช้เงินแจกจ่ายเพื่อหวังเข้าไปนั่งในสภาเพื่อถอนทุนคืน ก็จะไม่มีความหมาย

นับแต่นี้ไป จึงขอฝากฝังกลุ่มพี่น้องผู้สมัครฯ ให้เข้าถึงพี่น้องเพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจกับประชาชนมากยิ่งขึ้น

ส่วนกรณีที่ผัวอยู่พรรคหนึ่งเมียอยู่อีกพรรคหนึ่ง เป็นเรื่องที่คนทั่วไปทราบดีว่ากรณีนี้จะทำให้ข้อมูลภายในพรรครั่วไหล ซึ่งไม่มีที่ไหนเขารับได้ และอาจมีผู้ที่คิดไปในแง่ร้ายว่า เป็นพวกเหยียบเรือสองแคม รักพี่เสียดายน้อง

กรณีที่พรรคจะสร้างเครือข่ายอาสาสมัครจับผิดคนโกงพรรคการเมืองอื่นที่ทุจริตการเลือกตั้ง เหตุเพราะหากการเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ผลดีก็จะเกิดแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

ส่วนการแจกหนังสือภายในงาน แน่ใจว่ามีคนอีกจำนวนมากอยากได้ แต่ไม่มีโอกาสได้รับ

มาร์คขอฮุนเซนคิดถึงความสัมพันธ์ 2 ชาติ มากกว่าแม้ว



มาร์คขอฮุนเซนคิดให้ดีสัมพันธ์ 2 ชาติสำคัญกว่าช่วยแม้ว แนะอย่าเป็นเบี้ยใคร

อภิสิทธิ์ เตือน"ฮุนเซน คิดให้ดีอุ้ม"แม้ว"อย่าตกเป็นเบี้ยใคร พร้อมปรามอย่าทำให้กระทบความสัมพันธ์และผลประโยชน์ 2 ชาติ ย้ำนายกฯ เขมรเข้าใจผิดอย่างแรง มีกี่คนในโลกที่คิดว่าทักษิณเหมือนอองซานซูจี
ระบุหากคุยทวิภาคี ฝ่ายกัมพูชาต้องชี้แจงว่าจุดยืนเปลี่ยนไปหรือไม่

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. เมื่อเวลา 18.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมสุดยอดอาเซียน และทันทีเมื่อนายกฯ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถาม ผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้ถามทันทีถึงกรณีที่สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะตั้งให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ตกจำเลยคดีทุจริตและอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุมของทางการไทย ให้เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ โดยระบุว่า คนไทยเป็นล้านๆ เสื้อแดงก็เป็นผู้ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วทำไมข้าพเจ้า ซึ่งเป็นเพียงเพื่อน อยู่ห่างไกลจะไม่สามารถสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนกังวลว่า นายกฯ ฮุนเซนอาจได้รับข้อมูลไม่ถูกต้องในการประเมินสถานการณ์ที่เกี่ยวกับอดีต นายกฯ ที่มีความแตกต่างจากกรณีของนางอองซาน ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า เพราะตนก็ไม่ทราบว่า จะมีกี่คนในโลกที่คิดว่า ทั้ง 2 กรณีเหมือนกัน ซึ่งการที่สมเด็จฮุนเซนเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อประชุมในเรื่องสร้างความเป็น ปึกแผ่น และความเป็นเอกภาพของอาเซียน เราจึงไม่มีเวลาที่จะสนใจคนใดคนหนึ่งที่จะมาทำลายความสัมพันธ์อาเซียน ดังนั้นหน้าที่ของเราคือ จะต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสมเด็จฮุนเซนจากนั้นสื่อมวลชนได้ถามว่า โฆษกกระทรวงสารสนเทศของกัมพูชาระบุว่า ไม่สามารถส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณได้ เพราะเป็นคดีการเมือง แล้วรัฐบาลไทยจะทำอย่างไร

นายกฯ กล่าวว่า 1.กระบวนการต้องมีการพิสูจน์กัน โดยปกติแล้วก่อนที่จะมีการใช้ดุลพินิจไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร หรือศาลก็ตาม ก็ต้องรับฟังทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นกระบวนการตามปกติ ฉะนั้นจะต้องมีกระบวนที่เปิดโอกาสให้ 2 ฝ่ายได้เสนอข้อเท็จจริงว่า ตกลงมันเป็นเรื่องการเมืองหรือการคอร์รัปชั่นหรืออะไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันตามกระบวนการ ตนคิดว่าพูดล่วงหน้าไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ฟังข้อมูลจากทุกฝ่ายตามกระบวนการที่ควรจะเป็นในการดำเนินการ ในเรื่องนี้ โดยหลักก็มีเท่านั้น

ผมคิดว่า คงมีความเข้าใจที่คาดเคลื่อน อย่างที่ผมเรียนว่า ไม่ทราบว่า มีกี่คนในโลกที่คิดว่า กรณีของอองซาน ซูจี เหมือนกับเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องเข้าใจว่า เรื่องที่มีการหยิบยกขึ้นมา เช่นกรณี ของนายสม รังสี หัวหน้าพรรคฟุนซินเปก ก็ไม่ได้เป็นเรื่องของรัฐบาล ที่จะมาเปรียบเทียบต่อกรณีที่รัฐบาลของอีกประเทศหนึ่งจะไปเปิดโอกาสให้มีใคร จะใช้ประเทศเป็นฐานมาทำอะไรที่กระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีและความมั่นคง ประการที่ 1

นายอภิสิทธิ์ กล่าวนายกฯ กล่าวว่า ประการที่ 2 เรื่องที่ได้แสดงจุดยืนไปและเทียบเคียงเป็นเรื่องของมติอาเซียน ซึ่งสืบเนื่องกันมา เพราะฉะนั้นแปรียบเทียบกันไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นไม่ทราบว่าข้อมูลที่คาดเคลื่อนมาจากไหนอย่างไร แต่เราก็มีหน้าที่ที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง

และคิดว่านายกฯ ฮุนเซนจะต้องคิดให้ดีว่า จะยืนยันการตัดสินใจที่จะมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์และผลประโยชน์ร่วมกันของ คนทั้ง 2 ชาติเพื่ออะไร คือผมก็เห็นว่า ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีความอาวุโส อย่าไปเป็นเหยื่อและเป็นเบี้ยให้ใครเลย นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า ในการที่จะพบกันในระดับทวิภาคี จะมีการสอบถามเรื่องนี้ที่นายกฯ ระบุว่ามีความคาดเคลื่อนหรือไม่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ผมคิดว่า ท่านอาจจะต้องชี้แจงผมก่อนมั๊งครับ เมื่อถามต่อว่า หมายความนายกฯ จะไม่เป็นคนเริ่มพูดเรื่องนี้ นายกฯ กล่าวว่า "ผมไม่มีอะไรต้องชี้แจงเท่าไร ผมคิดว่า น่าตั้งคำถามว่า สิ่งที่เคยแสดงจุดยืนโดยตลอดในการพบปะกัน ถ้ามันเปลี่ยนแปลงไปก็คงต้องชี้แจงทางเรา ผมได้แต่พูดสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง เผื่อท่านจะมีความเข้าใจที่ดีขึ้น

"ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า คำชี้แจงของฮุนเซนยังจะฟังได้หรือไม่ เพราะคำพูดเปลี่ยนแปลง ไม่เหมือนเดิมตลอดเวลา นายกฯ กล่าวว่า ความจริงตนไม่แน่ใจว่า จุดยืนนี้จะเปลี่ยนอีกหรือไม่ แต่ตนก็ได้แสดงจุดยืนของตนไปแล้วเมื่อถามว่า แต่การมาพูดเรื่องนี้ในประเทศไทย นายกฯ ได้ตัดบทว่า ตนได้พูดไปแล้วเมื่อกี้นี้ ต้องถามว่า การที่ท่านเดินทางมาประชุมเพื่ออะไร แล้วสิ่งที่พูดและแสดงออกมันสอดคล้องกับวัตถุในการเดินทางมาหรือไม่

เมื่อถามต่อว่า นายกฯ คิดว่าการพูดครั้งนี้จะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ นิ่งก่อนกล่าวว่า วันนี้ก็ต้องกล่าวว่า สิ่งที่สะท้อนออกมา มันคือความเข้าใจคาดเคลื่อนอย่างแรง โดยประเทศไทยก็เพียงแต่บอกว่า ขอให้คิดให้ดี เพราะว่า เรายังยืนยันว่า ความสัมพันธ์และผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ประเทศน่าจะสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด

เมื่อผู้สื่อข่าวต่างชาติถามว่า กังวลแค่ไหนที่ พ.ต.ท.ทักษิณใช้ประเทศเพื่อนบ้านโจมตีประเทศไทย นายกฯ กล่าวว่า เขาพยายามดำเนินการอย่างนี้มานานแล้ว ในประเทศที่ห่างไกล แต่เขาก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนคนอื่นเขาต้องยอมรับในสิ่งนี้เมื่อถามว่า เหมือนประเทศไทยไม่มีความปรองดองด้านเศรษฐกิจ และการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีพัฒนาการทางการเมือง ส่วนเรื่องเศรษฐกิจก็คงต้องใช้เวลา ส่วนการที่จะไม่ยึดกฎหมายก็ไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง
ข่าวจาก Prachatai Webboard

บทวิเคราะห์
จากข่าวคงมีคนสงสัยไม่น้อยว่า ในฐานะเพื่อนที่มีความรักและจริงใจให้เพื่อน "สมเด็จฮุนเซน แห่งกัมพูชา" ทำผิดกระนั้นหรือ

แล้วเพระเหตุใดรัฐบาลถึงพยายามโยงเรื่องอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร และสมเด็จฮุนเซน มาเป็นเรื่องใหญ่จนกลบข่าวการประชุมอาเซียนที่กำลังมีขึ้น

หากจะมองในอีกแง่หนึ่ง คงมีคนคิดไปว่า มาร์คเจตนาใช้เวทีอาเซียน หาทางตัดความสัมพันธ์ระหว่าง พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรและสมเด็จฮุนเซนใช่หรือไม่

"ทักษิณ" เอาใจแฟนคลับ ยิง SMS ส่งข่าวต่างประเทศ


"ทักษิณ" เอาใจแฟนคลับจะยิงsmsส่งข่าวตปท.เอง พร้อมเปิด"ทวิต"ใหม่จ้อแต่เรื่องศก. 1 พ.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตโดยระบุว่า จะส่งข่าวสารจากต่างประเทศให้กับแฟนคลับโดยตรงผ่านระบบเอสเอ็มเอส พร้อมกับเตรียมเปิดตัว twitter อันใหม่ที่จะพูดคุยแต่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น ในวันที่ 1 พ.ย.นี้

วันที่ 1 พ.ย. นี้ เช่นกันผู้ที่ต้องการรับข่าวสารที่เป็นสาระจากต่างประเทศโดยตรงจากผม โดยระบบเอสเอ็มเอสจากมือถือทุกระบบฟรี เตรียมสมัครเป็นสมาชิกได้ครับ

วันที่ 1 พ.ย.นี้ จะเริ่มมีการทดลองออกอากาศทีวีช่องโอทอปและช่องการศึกษาตามที่ได้บอกไว้เมื่อ 2-3 เดือนแล้วครับ โปรดติดตามได้ใน thaksinlive ครับ

วันที่ 1 พ.ย.นี้ จะมีการเปิด twitter ใหม่เป็นการคุยกันเฉพาะนักธุรกิจ หรือผู้ที่อยากคคุยกับผมในเรื่องการค้าการขาย และเรื่องราวของเศรษฐกิจไทยและโลก

ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตข้อความผ่านเว็บไซต์ Twitter.com เพื่อตอบคำถามแฟนคลับถึงกรณีที่สมเด็จฯ ฮุนเซ็น พร้อมที่จะต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณและสร้างบ้านให้ว่า
"ผมมีทั้งโชคดีและโชคร้ายครับ เพื่อนที่ดีก็ดี้ดี ส่วนไอ้ที่มันแย่ก็แย่สุดๆ หักหลังก็ปานนั้น หลังผมพรุนไปหมดส่วนใหญ่ก็ถูกแทงโดยอดีตคนกันเอง"

ข่าวจาก Matichon Online

เสื้อแดงยื่นหนังสือถึงผู้นำอาเซียน จี้ 3 องคมนตรีออก


สาเหตุเอี่ยวรัฐประหาร ลั่นบินพบทุกชาติแฉความจริงปชต.ไทย อริสมันต์นำทีมเสื้อแดงยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำอาเซียนเรียกร้อง 3 องคมนตรีลาออกเหตุเอี่ยวข้องรัฐประหารปี 49 ประกาศบินตรงพบผู้นำทุกชาติแฉความจริงประชาธิปไตยไทย

"อริสมันต์"เตรียมบินเดินสายยื่นหนังสือผู้นำอาเซียน นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวภายหลังยื่นยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำ 6 ชาติคู่เจรจา อาเซียน และเลขาธิการอาเซียน ผ่านทางนายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน และนายบาลา คูมา พาลาเนียปัน (BALA KUMAN PALANIAPAN) เลขานุการเลขาธิการอาเซียน ว่า มั่นใจว่าจะถึงมือผู้นำอาเซียนทั้งหมด และในเร็ว ๆ นี้จะมีโครงการไปยื่นหนังสือผู้นำประเทศอาเซียนที่ต่างประเทศ เพื่ออธิบายความเป็นจริงของประชาธิปไตยไทย

นอกจากนี้ นายอริสมันต์ กล่าวยืนยันว่า ให้รัฐบาลทำประชามติว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญ 2550 หรือ 2540 ไม่ต้องแตะถ่วงโดยย้ำว่า ยื่นหนังสือเสร็จแล้วจะกลับทันที เพราะอยากเห็นการประชุมราบรื่น แต่ขอฝากบอกว่า รัฐบาลชุดนี้มีที่มาไม่ชอบธรรม และไม่มีศักยภาพ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ตุลาคม นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง พร้อมด้วยแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ( นปช.) รวม 7 คน เดินทางไปที่หาดปึกเตียน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ยื่นหนังสือต่อนายวิทวัส ศรีวิหก อธิบดีกรมอาเซียน เรียกร้องให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี ลาออกจากตำแหน่งโดยอ้างว่าบุคลทั้ง 3 เป็นผู้ร่วมวางแผนรัฐประหารเดือนกันยายน 2549 โดยมี พล.อ.นภดล อินทปัญญา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ผู้แทนเลขาธิการอาเซียน ร่วมรับหนังสือ


ทั้งนี้กลุ่ม นปช.ใน จ.เพชรบุรี สมุทรสงคราม และจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาร่วมให้กำลังใจกว่า 70 คน หลังยื่นหนังสือแล้ว นายอริสมันต์และกลุ่ม นปช.เดินทางกลับทันที

นายอริสมันต์กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ มีความอ่อนไหวไม่เป็นที่เชื่อมั่นของบรรดาประเทศในกลุ่มอาเซียน เห็นได้จากในพิธีเปิดมีผู้นำประเทศไม่เดินทางเข้าร่วมถึง 5 ประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นความไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลไทย


ตนและกลุ่ม นปช.ยินดีให้การสนับสนุนการประชุมอาเซียน และเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ แต่ทั้งนี้ผู้นำประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนควรเสนอเรื่องการประชุมให้เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้มาก

ข่าวจาก Matichon Online

"ฮุนเซน" ยันไม่ส่งตัว "แม้ว" ให้ไทย


"ฮุนเซน" ถึงไทยตอกย้ำแถลงการณ์รบ.เขมร ไม่ส่งตัว"แม้ว"ให้ไทย อ้างรัฐประหารปี49ไม่ถูกต้อง

"ฮุนเซน"ถึงไทยแล้ว ยันไม่ส่งตัว"แม้ว"ให้ไทยอ้างรัฐประหารปี49ไม่ถูกต้อง สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวภายหลังเดินทางถึงประเทศไทย เพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่หัวหิน ว่า ยืนยันจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ประเทศไทย
หากพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้ากัมพูชา

เนื่องจากเห็นว่าการทำรัฐประหารปี 49 ไม่ถูกต้อง และคดีของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นคดีทางการเมือง ไม่ใช่คดีอาญา จึงไม่น่าเข้าข่ายสนธิสัญญาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเขมรแถลงการณ์ไม่ส่ง"แม้ว"ให้ไทย อ้างความผิดทางการเมือง ไม่เข้าข่ายส่งผู้ร้ายข้ามแดน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 23 ตุลาคม โดยอ้าง แถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชายืนยันว่า ตามสนธิสัญญาระหว่างไทยกับกัมพูชา รัฐบาลกัมพูชาสามารถปฏิเสธคำร้องขอให้ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับให้ประเทศไทยได้ หากอดีตผู้นำไทย ขอลี้ภัยอยู่ในกัมพูชา เนื่องจากว่าถือเป็นความผิดทางการเมืองและไม่เข้าข่ายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงอาศัยอยู่ในต่างประเทศมาตั้งแต่เดือน ส.ค.ปีที่แล้วเพื่อไม่ต้องถูกดำเนินคดีจำคุก 2 ปีในข้อหาทุจริตคอรัปชั่น

ถ้อยแถลงฝ่ายกัมพูชามีขึ้นภายหลังจากที่รัฐบาลไทยจะขอให้ส่ง ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศ หากอดีตนายกรัฐมนตรีไทยขอลี้ภัยอยู่ในกรุงพนมเปญ ภายหลัง สมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา เสนอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มาลี้ภัยในประเทศได้ทุกเมื่อ รัฐบาลกัมพูชาแถลงว่า การที่นายฮุนเซนเสนอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลี้ภัยในประเทศ เป็นการช่วยเหลือเพื่อนเก่าเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในประเทศของไทย

ข่าวจาก Matichon Online

40 สว.ขู่ฟ้องยูเอ็น อุ้มโจร


กลุ่ม 40 ส.ว. นำโดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ส.สรรหา นายสาย กังกะเวคิน ส.ว.ระยอง ร่วมแถลงข่าวเรียกร้องให้นายอภิสิทธ์ แสดงท่าที่ตอบโต้ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

กรณีที่ประกาศจะสร้างบ้านพักให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และระบุว่ากระบวนการยุติธรรมไทยไม่ให้ความเป็นธรรมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ

โดยระบุว่า สมเด็จฮุน เซน สร้างท่าที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นมิตรประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นการก้าวก่าย แทรกแซงกิจการภายในของประเทศ เป็นการโหมฟืนใส่กองไฟ จึงขอเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ ให้แสดงถึงศักดิ์ศรีของประเทศเอกราช และประธานอาเซียนด้วยการตอบโต้สมเด็จฮุน เซน อย่างเป็นทางการด้วย

หากไม่ดำเนินการก็ไม่ควรที่จะดำรงตำแหน่งอีกต่อไป นอกจากนี้อยากให้ พล.อ.ชวลิต ทบทวนการกระทำของตัวเอง ว่าเหมาะสมกับการได้รับเครื่องราชระดับมหาโยธิน แล้วหรือยัง เพราะที่ไปพูดคุยเหมือนเป็นการโหมฟืนเข้าไฟ ชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน หวังเพื่อปูทางให้ตัวเองได้กลับเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง นอกจากนี้ทางกลุ่ม 40 ส.ว.จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อเลขาธิการสหประชาชาติ การที่สมเด็จฮุน เซน ให้ที่พักพิง พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้เห็นปฏิกิริยาคนไทยที่รักชาติเป็นอย่างไร ขอเรียกร้องให้คนไทยร่วมกันประณามสมเด็จฮุน เซน
ข่าวจาก ryt9.com


บทวิเคราะห์

การที่ 40 ส.ว. ส่วนใหญ่สายพันธมิตรฯ ร่วมแถลงการณ์เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงท่าทีตอบโต้สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา ถือเป็นการก้าวก่ายอำนาจฝ่ายบริหารของไทย และยังเป็นการทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านหรือเปล่า เรื่องนี้ประชาชนคนไทยต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ

อย่าลืมว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เกิดขึ้นก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะถูก คมช. ปฏิวัติรัฐประหาร

แต่กลุ่ม 40 ส.ว. เห็นว่าการคบหากันฉันท์มิตรที่มีมาช้านานระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และสมเด็จฮุนเซน ควรสิ้นสุดลงเหตุเพราะขบวนการยุติธรรมไทยตัดสินว่าทักษิณ ชินวัตรผิดกระนั้นหรือ

แต่หากจะมองในฐานะมิตร เพื่อนเกือบทุกคนย่อมมองเพื่อนดีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกและเป็นสัจธรรมของคนทั่วไป ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงศักดิ์

ส่วนที่สมเด็จฮุนเซนมองว่าทักษิณ ชินวัตร ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ก็ไม่แปลก เพราะคนไทยจำนวนหนึ่งก็มองเหมือนนายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา ซึ่งเรื่องนี้มีข่าวสารเผยแพร่ข่าวออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ

ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่า พล.อ ชวลิต ยงใจยุทธ ชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน คงมีคนไทยจำนวนไม่น้อยไม่เข้าใจว่าการไปเยี่ยมประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนสานสัมพันธ์อันดีที่เคยมีต่อกัน ชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้านตรงไหน

ส่วนความเหมาะสมกับเครื่องราชระดับมหาโยธินที่ พล.อ ชวลิต ยงใจยุทธ ได้รับ หากเดาไม่ผิดเครื่องราชฯเป็นของสูง ผู้ที่ได้รับถูกคัดเลือกมาแล้วอย่างดี แล้วการที่กลุ่ม 40 ส.ว. ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

และหากเรียกร้องให้คนไทยออกมาประณามสมเด็จฮุนเซน ก็คงจะมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่ออกมาสรรเสริญในความเป็นมิตรแท้ของท่าน ซึ่งน้อยนักที่คนทั่วไปจะมีในยามที่เพื่อนตกทุกข์ได้ยาก

การกระทำของ 40 ส.ว. อาจมีคนไทยบางส่วนมองว่าเป็นการปลุกระดมให้คนไทยแตกแยกหรือไม่ ผู้ที่กระทำคงลืมไปแล้วว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคล ควรแล้วหรือที่บรรดาท่านผู้ทรงเกียรติจะทำให้เป็นเรื่องบาดหมางระหว่างประเทศ

ส่วนกรณีที่กลุ่ม 40 ส.ว. เตรียมจะไปยื่นหนังสือถึงต่อเลขาธิการสหประชาชาติ คงไม่มีใครห้ามได้ แต่อาจมีคนอีกจำนวนหนึ่งมองว่า เป็นการประจารณ์ความคิดเห็นที่คับแคบของตัวเองหรือเปล่า เพราะการจะบังคับคนอื่น หรือเพื่อนบ้านให้เกลียดมิตรของตัวเองที่เคยมีมาแต่เก่าก่อน เป็นการกระทำที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

หากมีคนย้อนถามกลับไปว่า กรณีทักษิณกับฮุนเซ็น 40 ส.ว. คิดว่าไม่เหมาะสม แล้วกรณีพันธมิตรฯ ยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ 40 ส.ว. คิดเห็นประการใด ? ท่านผู้ทรงเกียรติจะตอบว่าอย่างไร

ขอเตือนด้วยความเคารพ

อาจมีหลายคนมองว่า การกระทำของท่านเป็นความคิดเห็นของคนใจแคบ เผด็จการ คิดจะห้ามแม้กระทั่งความคิดเห็นของคนอื่น และเป็นการปลุกระดมให้คนคลั่งชาติพร้อมทั้งพยายามสร้างความแตกแยกกับประเทศเพื่อนบ้านหรือเปล่า

ปชป.อัดฮุนเซนไร้มารยาท


ปชป.อัดฮุน เซน ไร้มารยาท นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่สมเด็จฮุน เซน สร้างบ้านไว้รับรอง พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ถ้านายกรัฐมนตรีกัมพูชาทำอย่างที่พูดจริง ก็ถือว่าไม่มีมารยาททางการเมืองระหว่างประเทศ เพราะว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นนักโทษคดีอาญาของประเทศไทย

ถ้านายกรัฐมนตรีกัมพูชาทำอย่างนั้น ตนในฐานะ ส.ส.พรรครัฐบาล ก็จะให้ที่พำนักกับนายสม รังศี ซึ่งมีความรักในประเทศกัมพูชามากกว่า

สมเด็จฮุน เซน ที่เห็นแก่ประโยชน์ที่จะได้รับ คือ แก๊ส และน้ำมัน ในพื้นที่ทับซ้อนปราสาทพระวิหาร รัฐบาลต้องมีท่าทีจริงจัง ในการพิจารณาคำพูดของสมเด็จฮุน เซน ว่า เข้ามาก้าวก่ายหรือแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทยหรือไม่

เพราะการที่สมเด็จฮุน เซน ยังให้ท้ายนักโทษคดีอาญา นานาชาติเขาไม่ทำกัน และถือเป็นการประกาศสงครามระดับประเทศอีกด้วย ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ตนจะออกมาเคลื่อนไหวเพื่อให้รัฐบาลทำอย่างใดอย่างหนึ่งกับประเทศกัมพูชา

ข่าวจาก ryt9.com

ขอเตือนด้วยความเคารพ

ชชป. คงลืมไปแล้วว่าในฐานะเพื่อน สมเด็จฮุนเซนย่อมมีความปรารถนาดีต่อเพื่อน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และหาก ปชป. คิดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเสียมารยาท คนมีคนจำนวนไม่น้อยมองว่า เป็นความคิดของพวกเผด็จการจิตใจคับแคบ ต้องการให้คนอื่นทำตาม หรือคิดตามความต้องการของตัวเองหรือไม่

ในฐานะที่ผู้เขียนเป็นคนไทยคนหนึ่ง อยากเห็นภาพลักษณ์ของพรรคที่เป็นแกนนำรัฐบาลดีงามและเป็นประชาธิปไตยในสายตาประชาชน จึงออกมาเตือนด้วยความปรารถนาดี