วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

นายกฯ ควงสุเทพ และ ผบ.ท.บ. ลงพื้นที่ภาคใต้

วันนี้ (7 มกราคม)นายอภิสิทธิ์ เวชาชาชีวะ พร้อมด้วยนายสุเทพ เทพสุบรรณ รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา (ผบ.ทบ) ลงพื้นที่จังหวัด 3 ชายแดนภาคใต้เพื่อตรวจเยี่ยมพี่น้องประชาชนและเปิดถนนสาย 418 โดยมีกองกำลังเจ้าหน้าที่อารักขาแน่นหนา

ในช่วงเช้าได้เกิดเหตุระเบิดต้อนรับการมาเยือนคณะนายกรัฐมนตรี ห่างจากสถานที่จัดงานประมาณ 150 เมตร ผลจากเหตุระเบิดนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

ผู้เขียนสังเกตว่าวันใดที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีกองกำลังเจ้าหน้าที่คุมเข้ม วันนั้นมักเกิดเหตุรุนแรงในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง และจะมีประชาชน ทหาร-ตำรวจชั้นผู้น้อยได้รับบาดเจ็บ

หากจะให้เดาความคิดผู้ก่อเหตุ คนเหล่านั้นน่าจะมองว่า หากกระทำการในวันที่คนของรัฐบาลเดินทางเข้าพื้นที่สำเร็จ จะยิ่งเป็นการท้าทายความสามารถ และข่มขวัญพี่น้องประชาชนให้รู้ว่า ตนมีกำลัง มีความ สามารถ และมีศักยภาพเหนือคนของรัฐที่เดินทางลงพื้นในวันนั้น

และหากผู้กระทำการคิดเช่นนั้นจริง วันใดที่คนของรัฐบาลและข้าราชการระดับสูงลงพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชาวบ้านร้านตลาดผู้ที่เคยใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดผวาอยู่แล้ว ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวมากขึ้น

เนื่องจากคนของรัฐบาลและผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่เดินทางลงพื้นที่ มีกองกำลังคุ้มกันหนาแน่น แต่พี่น้องประชาชน ทหาร-ตำรวจ ชั้นผู้น้อยต้องดูแลตนเอง

"ปู่ชัย" กร้าวใส่ "นายก"อย่าก้าวกายการบริหารงานในพรรค


นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กร้าวใส่อภิสิทธิ์ไม่ควรเข้ามาก้าวก่ายงานบริหารภายในพรรคภูมิใจไทย กรณีนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

กฎเหล็กของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น เป็นกฎที่ใช้เฉพาะกับ ส.ส. ในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ควรก้าวก่าย ส.ส.พรรคอื่น

ด้านนายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอลาพักราชการ เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.53 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลเพื่อเปิดทางให้กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตโครงการไทยเข็มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขเป็นไปอย่างมีอิสระ ป้องกันข้อครหาการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง หรือฝ่ายนโยบายอย่างแท้จริง แต่นายอภิสิทธิ์ ไม่อนุมัติให้ลาพักราชการ

ซึ่งหากจะมองในแง่เกมการเมือง ยกนี้ถือว่านายอภิสิทธิ์มีชัยเหนือ "ปู่ชัย" และคนของพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากการกระทำของนายมานิต หลายฝ่ายมองว่าเป็นมติของพรรค ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามี นายเนวิน ชิดชอบ เป็นโต้โผใหญ่

การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เขายายเที่ยง


นายจตุพร พรหมพันธ์ หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดง ยืนยันวันที่ 11 มกราคม คนเสื้อแดงไปเขายายเที่ยงแน่นอน เพื่อพิสูจน์ว่าการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ว่ามี 2 มาตรฐานจริงหรือไม่ ให้ชาวคนไทยและชาวโลกได้เห็น และในวันที่วันที่ 15 มกราคม กลุ่มแกนนำ จะประชุมเพื่อกำหนดวันชุมนุมใหญ่ไม่เกินสิ้นเดือน มกราคมนี้ พร้อมทั้งประกาศครั้งนี้ “ไม่รัฐบาลไป ก็คนเสื้อแดงจบ”

ด้านนายสุเทพ เทพสุบรรณ รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ขู่คนเสื้อแดงนัดบุกเขายายเที่ยงไม่ง่าย ได้มีการเตรียมใช้กฏหมายจัดการขั้นเด็ดขาด ส่วนเรื่องที่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.อ.สุรยุทธิ์ จุลานนท์ องคมนตรี ปลูกบ้านบนยอดเขายายเที่ยง นายสุเทพว่าไม่ได้ติดตาม ไม่ทราบรายละเอียด

เมื่อวันที่ 5 มกราคม ในการประชุม ครม. ได้มีการอนุมัติงบประมาณ 248 ล้านบาทให้ กอ.รมน. จัดซื้ออุปกรณ์ควบคุมม็อบ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยืนยันวันที่ 11 ไม่มีการประกาศใช้ พรบ. ความมั่นคงที่เขายายเที่ยง และเชื่อมั่นว่าประชาชนส่วนใหญ่เอาใจช่วยรัฐบาลในการทำงาน แต่ได้กำชับหน่วยงานความมั่นคง ให้จับตาการเคลื่อนไหวกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด

วานนี้มีข่าวรัฐบาลสั่งการระดมชาวบ้านหมู่ 1 ,หมู่ 6 และ 10 ต.คลองไผ่ ให้ขึ้นป้ายผ้า ตลอดทางกว่า 10 กิโลเมตรไปเขายายเที่ยง เตือนคนเสื้อแดงอย่าสร้างความวุ่นวาย

วันที่ 6 มกราคม ตำรวจ สภอ. คลองไผ่, สีคิ้ว, โคราช ขอกำลังเสริมคุมคนเสื้อแดงบุกเขายายเที่ยง อ้างชาวบ้านในพื้นที่ต่อต้านการชุมนุม

มีบางคนตั้งข้อสังเกตเรื่องการอนุมัติงบประมาณในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ควบคุมม็อบ เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลอภิสิทธิ์เคยอนุมัติให้มีการจัดซื้อเครื่องมือในการควบคุมดูแลมวลชนมาแล้ว

เรื่องนี้แกนนำคนเสื้อแดงออกมาเปิดเผยว่า อาจมีคนบางกลุ่มอ้างการชุมนุมของคนเสื้อแดงทำมาหากินกับงบประมาณการจัดซื้อนี้ และยังตั้งข้อสังเกตต่อไปนอีกว่า เพราะเหตุใดรัฐบาลจึงอนุมัติงบฯ นี้ให้ กอ. รมน. ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานหลักในการควบคุมดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม แทนที่จะเป็นหน่วยงานตำรวจซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

นายกฯ ประกาศจะยกเลิกหวยออนไลน์


มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาแพร่หลายเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาประกาศจะยกเลิกหวยออนไลน์ และเสนอทางเลือกโดยการชดเชยค่าเสียหายให้กับบริษัทเอกชน

บริษัทลอกซ์เลย์ออกมาประกาศ จะยังคงเดินหน้าขายหวยออนไลน์ต่อไป และขู่ฟ้องรัฐบาลเนื่องจากหากยกเลิกโครงการดังกล่าว บริษัทเสียหาย 3 พันล้านบาท

ด้านพรรคเพื่อไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่นายอภิสิทธิ์จะยกเลิกหวยออนไลน์ ว่าทำให้เจ้ามือหวยใต้ดินคึกคัก และจุดประสงค์ที่แท้จริงเพียงเพื่อต้องการให้ประชาชนลืมอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลที่ริเริ่มโครงการนี้

นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีต รมว. คลัง ออกมาคัดค้านนายอภิสิทธิ์ การยกเลิกหวยออนไลน์ ทำให้บรรดาเจ้ามือหวยใต้ดินได้ประโยชน์

ด้านตัวแทนจำหน่ายหวยออนไลน์ ออกมาเรียกร้องรัฐบาล หากยกเลิกต้องจ่ายค่าชดเชยให้รายละ 2 แสนบาท

เมื่อวันที่ 5 มกราคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์ จะเชิญผู้แทนจากบริษัทล็อกซ์เลย์เข้าหารือ เรื่องค่าชดเชยการเลิกหวยออนไลน์ คาดว่าค่าเสียหายไม่น่าจะเกิน “หนึ่งหมื่นล้านบาท”

ผู้ค้าหวยออนไลน์ออกมาโวยรัฐบาล ว่าห่วงแต่ความเสียหายของบริษัทล็อกซ์เลย์ แต่ไม่ห่วงผู้ค้าบางคนถึงกับหมดตัว และในบ่ายที่ 6 มกราคม จะเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล

ได้ยินท่านนายกอภิสิทธิ์ พูดถึงเงินชดเชยค่าเสียหาย “หมื่นล้านบาท” ให้กับบริษัทล็อกซ์เลย์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลย หากเป็นเงินท่านนายกฯ เอง ประชาชนไม่มีปัญหา

แต่ถ้านำงินที่ได้จากการเก็บภาษี ไปจ่ายให้บริษัทเอกชน อาจถูกมองจากหลายฝ่ายว่าท่านมีเจตนาเอื้อประโยชน์พวกพ้อง เนื่องจากผู้ถือหุ้นบางรายมีความเกี่ยวพันกับคนในตระกูลจาติกวณิช อาจทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา “เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน” เหมือนที่พรรคประชาธิปัตย์สมัยเป็นฝ่ายค้าน เคยกล่าวหาอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร

คงมีหลายฝ่ายอยากเตือนท่านนายกฯ ควรคิดให้รอบคอบ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ประเทศชาติและประชาชนมีหนี้สาธารณะถึงแปดแสนล้านบาท สมควรแล้วหรือไม่ที่จะนำเงินใช้จ่ายเช่นนี้

สมัยรัฐบาล “ทักษิณ” เคยมีคำพูดติดปากว่า “เงินของคนจนก็ต้องกลับคืนสู่กระเป๋าคนจน” ในตอนนั้นรัฐบาล ใช้เงินนี้เป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กที่เรียนดี แต่ยากจนและสาธารณะประโยชน์อื่นๆ ยกตัวอย่างโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน

แต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ หากยกเลิกหวยออนไลน์ หลายฝ่ายเชื่อว่าหวยใต้ดินได้ประโยชน์ คงมีคำถามตามมาว่า “เงินคนจนจำนวนมหาศาลจะไปเข้ากระเป๋าใคร”

การเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดปราจีนบุรี


ผ่านไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 2 – 3 มกราคม 2553 มีผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งซ่อมล่วหน้า 12,726 คน จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 340,950 คน

นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมายืนยันไม่คิดเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ประกาศปรับกลยุทธ์เลือกตั้งซ่อมที่ปราจีนบุรี

ด้านพรรคเพื่อไทยไม่ประมาท จัดทีม ส.ส. ชุดใหญ่กว่าทีมจังหวัดมหาสารคามลงพื้นที่เลือกตั้งซ่อม นำทีมโดย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียง

การเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 10 มกราคมนี้ ถือเป็นศึกหนักสำหรับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม นายอำนาจ วิลาวัลย์ อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปราจีนบุรี (ส.ท.) เป็นญาติกับ นายสุนทร วิลาวัลย์ อดีต รมช.สาธารณสุข นางบังอร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) และนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ อดีค สส.ปราจีนบุรี ซึ่งถือเป็นเจ้าของพื้นที่เดิมมานาน

และนี่จะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรี จะยังยึดติดกับตัวบุคคล ความคุ้นชินในอดีต หรือนโยบายพรรคการเมือง และหากครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะ เชื่อแน่ว่า ในอนาคตหากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ การจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวอยู่ในไม่ไกลเกินเอื้อม

พันธมิตรฯ โคราชร้องหน่วยงานรัฐปลดป้ายอวยพร "ทักษิณ"


วันที่ 5 มกราคม กลุ่มคนเสื้อเหลืองโคราช เดินสายร้องหน่วยงานราชการให้ปลดป้ายในพื้นที่ของเอกชน ซึ่งมีข้อความ “อวยพรปีใหม่” อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร

คงมีหลายคนคงสงสัยว่า “พันธมิตรฯ โคราช” ใช้ข้ออ้างใด ในการเข้าร้องหน่วยของรัฐเพื่อให้จัดการผู้ขึ้นป้ายอวยพรปีใหม่ ซึ่งอาจทำไปด้วยเหตุผลหลายประการ ความเคารพ คิดถึง ศรัทธาและชื่นชอบนโยบาย “ทักษิโณมิก” ของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร”

มีหลายฝ่ายอยากเตือนพันธมิตรฯ โคราชด้วยความเป็นห่วงและหวังดี เกรงภาพลักษณ์ของ “ผู้ก่อการดี” ยึดสนามบินและสถานที่ราชการจะเสียหาย อันเนื่องมาจากการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการ เหตุเพราะการกระทำดังกล่าว อาจมีบางคนคิดไปได้ว่า ท่านทำไปเพราะความอิจฉาริษยา นำความเกลียดชังส่วนตัวโยงเข้ากับการบริหารงานภาครัฐ ทั้งที่ป้ายนั้นอยู่ในพื้นที่เอกชนซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเขามีสิทธิเต็มที่ที่จะบริหารจัดการทรัพย์สินของตนเองได้แล้วแต่จะเห็นสมควร

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553

TS Live ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่


เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม แฟนคลับ "ทักษิณ" เป็นปลื้ม เมื่อได้รับ SMS ผ่านระบบมือถือจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ว่า ขอให้สิ่งร้ายๆ ที่ผ่านมาพ้นจากไทย จากทุกท่านไปกับปี 52 เหลือไว้แต่สิ่งดี

และเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2553 "ทักษิณ"SMS ถึงแฟนคลับของเขาอีกว่า สวัสดีปีใหม่ 2553 ขอส่งความสุขจากดูไบมายังพี่น้องไทย ขอขอบคุณที่ไม่ลืมผม

วันเดียวกันได้ทวิสเตอร์บอกแฟนคลับว่า อยู่ดูไบและหวังว่าเป็นปีสุดท้ายที่ครอบครัวไม่ได้อยู่ด้วยกัน

ด้านสื่อทางเลือกที่ปัจุบันมีประชาชนขอรับข้อมูลข่าวสารมากขึ้นเรื่อยๆ อย่าง D-STATION ได้ส่งข้อความถึงผู้ขอรับข่าวสารด้วยเช่นกัน ใจความ ปีใหม่ 2253 นี้ขออวยพรให้อำนาจการปกครองประเทศเป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ได้มอบของขวัญให้กับตัวเองด้วยการ ยื่นอุธรณ์ศาลปกครอง เพื่อปกป้องเกียรติยศชื่อเสียงตนเองที่เคยถูกกล่าวหากรณีเขาพระวิหาร ยืนยันได้ยกเลิมติ ครม.แล้ว ถึงแม้จะช้าไปสักนิดไม่ทันใจคนเชียร์อยู่ข้างสนามแต่ก็ยังไม่สายจนเกินไป ที่จะกู้ชื่อเสียงเกียรติยศที่เคยเสียไปกลับคืนมา

ด้านนายอริสมันต์ พงษ์เรืองเรือง หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดง อวยพรปีใหม่ถึงบรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ครอบครัวคนเสื้อแดงว่า ปีใหม่นี้ผมขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้พี่น้องเสื้อแดงทุกคนร่ำรวย สุขภาพแข็งแรงได้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์