วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

"อภิสิทธิ์" ผู้นำทรราชที่อายุน้อยที่สุด


โดย..Konbamgpood

คำว่า ทรราช พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 ระบุว่าหมายถึง ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ทำความเดือดร้อนทารุณให้แก่ผู้อยู่ภายใต้ปกครองของตน

ส่วนพจนานุกรมศัพท์สังคมวิทยา อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิต พ.ศ.2524 ระบุว่า ทรราช มีความหมายตรงกับคำว่า tyranny ซึ่งหมายถึง การใช้อำนาจโดยพลการแบบรวบอำนาจเอาไว้แต่ผู้เดียวและโดยปกติ เป็นไปในทางโหดร้ายทารุณ ไม่ว่าจะได้อำนาจมาด้วยวิธีใด เป็นการใช้อำนาจโดยไม่ถูกจำกัดด้วยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ และไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อยู่ใต้อำนาจ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประพฤติตนเยี่ยงคำนิยามข้างต้นหรือไม่ หากทบทวนเหตุการณ์ทางการเมืองเฉพาะช่วงเริ่มต้นจัดตั้งรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ 2552 กระทั่งบริหารประเทศมาจนบัดนี้ จักปรากฏความกระจ่างชัดยิ่งขึ้น

ประการแรก ช่วงก่อนจัดตั้งรัฐบาล เขาและพลพรรคประชาธิปัตย์ร่วมเล่นเกมแรงด้วยการสนับสนุนพันธมิตรฯป่วนเมืองคว่ำรัฐบาลพรรคพลังประชาชน แล้วให้นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ชิงเสนอชื่อตนเองขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่คำนึงถึงมารยาททางการเมืองที่ว่าพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากอันดับหนึ่งเท่านั้นจึงได้สิทธิ์เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล

ประการสอง สัญญากับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กลับบอกว่าไม่ได้พูดไม่ได้สัญญา ยังยินดีบริหารประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญที่อาจารย์มานิต จิตจันทร์กลับ ชี้ว่าเป็น รัฐธรรมนูญโจร เพราะเป็นผลผลิตของรัฐบาลคมช.ที่ปล้นอำนาจมาจากรัฐบาลพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน ก่อนจับยัดให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ครอบครองขณะนี้ ทำให้ถูกกล่าวหาว่ามีที่มาไม่ชอบธรรม ไม่ใช่รัฐบาลที่เป็นตัวแทนปวงชน แต่เป็นมอมินีของฝ่ายคณาธิปไตยหรืออภิชนาธิปไตย พูดง่ายๆก็คือเป็นรัฐบาลของอภิสิทธิ์ชนผู้มีสิทธิพิเศษในการหลีกเลี่ยงกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายได้ตามอำเภอใจนั่นเอง

ประการสาม นิยมการปฏิบัติต่อประชาชนแบบสองมาตรฐานในความผิดกรณีเดียวกัน เช่น นายพล ข้าราชการ นักการเมือง นายทุน บุกรุกที่ป่าสงวนหรือฮุบที่สาธารณะได้ไม่ถูกลงโทษ แต่คนจนไร้ที่ทำกินบุกรุกป่ากลับถูกจับกุมคุมขัง พันธมิตรฯยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน จนป่านนี้คดีความยังไม่คืบหน้า แต่เร่งรัดดำเนินคดีและมุ่งมั่นจับผิดคนเสื้อแดง ตั้งแต่ข้อหาเล็กน้อยกระทั่งข้อหาฉกาจฉกรรจ์เกี่ยวเนื่องกับสถาบันเบื้องสูง ทั้งยังขึ้นบัญชีหมายหัวเสร็จสรรพ

ประการสี่ ควบคุมแทรกแซงและกำกับสื่อของรัฐและเอกชนให้นำเสนอข่าวสารด้านดีของรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว เข้มงวดในการควบคุมสื่อทางเลือกของฝ่ายไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล ทั้งที่เคยกล่าวอ้างว่าตนและพรรคยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย อ่อนไหวต่อกระแสเรียกร้องของประชาชนแม้เพียงหนึ่งเสียง หมื่นเสียง หรือแสนเสียง

ประการห้า ถูกประเมินจากองค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ว่าเป็นรัฐบาลที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนักและต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน 2552 ที่ใช้กำลังทหารติดอาวุธสงครามสลายการชุมนุม มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 123 คน เสียชีวิต 2 คน เขาไม่ให้ความสำคัญและไม่ทำตามคำมั่นสัญญา คือประพฤติตนแบบคนหน้าเนื้อใจเสือ มือถือสากปากคาบคัมภีร์ พูดอย่างทำอย่างแบบไม่สะดุ้งสะเทือนว่าผู้คนที่เฝ้ามองจะรู้สึกอย่างไร จนบัดนี้ยังเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องให้สอบสวนกรณีดังกล่าว

เพียงเท่านี้ก็เกินพอที่จะสรุปได้ถึงความเป็นทรราชของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีอายุเพียง 45 ย่าง 46 ปี ขณะที่ผู้นำรัฐบาลทรราชในยุคก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็นจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ พลเอกสุจินดา คราประยูร พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ครอบครองอำนาจเมื่ออายุ 47-63 ปีขึ้นไปทั้งสิ้น

ภาพลักษณ์ของนักการเมืองผู้สัตย์ซื่อใสสะอาดยึดมั่นในระบบรัฐสภา เป็นความหวังเป็นอนาคตของสังคมไทยได้ถูกทำลายลงไปอย่างย่อยยับด้วยน้ำมือของเขาหรือใคร คงเป็นคำถามที่ต้องบันทึกไว้ให้ขบคิด สรุปเป็นบทเรียนให้รำลึกว่า ภายใต้โครงสร้างสังคมการเมืองเช่นนี้ คนดีแค่ไหนก็กลายเป็นทรราชได้เพียงชั่วข้ามคืน
*******************************

กรณีศึกษาเหลือง-แดง อุดรฯ สู่โมเดลประชาธิปไตยไร้สี



โดย... konbangpood

บทนำ
จังหวัดอุดรธานีถือเป็นพื้นที่ซึ่งมีความขัดแย้งรุนแรงระหว่างกลุ่มคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ตลอดระยะเวลาเกือบสี่ปีมาแล้ว ณ วันนี้ยังไม่มีกลไกเชื่อมประสานให้หันหน้าเข้ามาพูดคุยกันได้ ต่างฝ่ายยังคงตั้งป้อมโจมตีด่าทอซึ่งกันและกันว่าถูกหลอกให้สยบยอมเป็นทาสรับใช้ผู้นำกลุ่มของตน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากความสูญเปล่าทั้งวันเวลา เศรษฐกิจและจิตใจที่เคยดีมียิ้มสยาม
นักวิเคราะห์บางท่านมองว่า พวกเขาทั้งสองกลุ่มต่างก็ตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้ง เพียงเพราะนักการเมืองและกลุ่มทุนในเครือต่างแสวงหาอำนาจและต้องการครอบครองอำนาจผลประโยชน์ และทั้งที่เกิดเหตุปะทะรุนแรง ทั้งสองกลุ่มกลับกล่าวอ้างว่าตนเองเคลื่อนไหวตามแนวทางประชาธิปไตย ตามสิทธิเสรีภาพแห่งรัฐธรรมนูญ ความจริงคืออะไร หลายคนอาจตั้งคำถามอย่างงุนงง สับสนในความถูกผิดที่ผันแปรไปตามอำนาจวาทะที่เสกสรรปั้นแต่งกันได้
อย่างไรก็ตามไม่ว่าใครจะมองอย่างไร ผู้เขียนจะขอทบทวนสถานการณ์เพื่อค้นหาคำตอบและเสนอแนะสิ่งที่ควรจะเป็น ดังนี้

ทบทวนสถานการณ์
นับแต่เดือนกันยายน 2548 ที่เริ่มมีการปลุกกระแสต่อต้านรัฐบาลนายกทักษิณผ่านรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. ก่อนถูกปรับออกจากผังรายการเพราะนำเสนอเรื่องราวการแต่งตั้งประธานและคณะกรรมการผู้ปฏิบัติงานแทนสมเด็จพระสังฆราชว่าเป็นการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชซ้อน ส่งผลให้สนธิ ลิ้มทองกุล เจ้าของรายการต้องมาดำเนินรายการแบบสัญจรไปในสถานที่ต่างๆ เช่น หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นต้น มีผู้คนให้ความสนใจติดตามชมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

พร้อมกับการเพิ่มขึ้นมากอย่างน่าวิตกของกระแสต่อต้านรัฐบาลทักษิณนั้น ฝ่ายผู้ชื่นชอบศรัทธาในการทำงานของคุณทักษิณไม่อาจนิ่งดูดาย ขวัญชัย ไพรพนา (สาราคำ) คือหนึ่งในจำนวนนั้น เขาเป็นอดีตนักจัดรายการวิทยุหรือดีเจเพลงลูกทุ่งเพื่อนรักสายัณห์คนเก่าพี่เป้าคนเดิม มีภูมิลำเนาอยู่อำเภอเดิมบางนางบวชสุพรรณบุรี ขวัญชัยใช้สถานีวิทยุชุมชนที่อยู่ในมือ เป็นกระบอกเสียงประกาศตอบโต้สื่อในเครือผู้จัดการอย่างไม่หวั่นเกรง นานวันเข้าก็เกิดกระแสต่อต้านสนธิ ลิ้มทองกุลและเครือข่ายกว้างขวางยิ่งขึ้น ชมรมคนรักอุดรที่ขวัญชัยและแฟนคลับตั้งขึ้นเมื่อ 2 เมษายน 2548 เพื่อพบปะสังสรรค์และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์กลับแปรเปลี่ยนมาดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เคลื่อนไหวปกป้องสนับสนุนรัฐบาลนายกทักษิณอย่างเป็นงานหลัก

“ผมจัดรายการวิทยุมีมิตรรักนักฟังเป็นแฟนคลับมากมาย จัดงานคอนเสิร์ต จัดประกวดนักร้องเพลงลูกทุ่งเมื่อไหร่ ประชาชนต่างให้ความใจล้นหลาม แต่ก็ไม่ภาคภูมิใจเหมือนขณะนี้ที่ได้มาร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ชีวิตก็ไม่มีความปลอดภัย ไม่มีเวลาทำอะไรเป็นการส่วนตัว อยากไปนั่งพักผ่อนในที่สาธารณะก็ทำไม่ได้” ขวัญชัยกล่าวกับวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ที่สถานีประชาชน

ที่กล่าวเช่นนั้นเนื่องเพราะ วันอังคารที่ 18 ธันวาคม 2550 เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ขณะกำลังนั่งรับประทานข้าวต้มในร้านข้าวต้มแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองอุดรธานี มีชายฉกรรจ์เดินเข้ามาข้างหลังใช้ไม้ตีที่ศีรษะ เขาขยับหลบจึงโดนไม่เต็มเป้า ได้รับบาดเจ็บ ถัดจากนั้นมา 4 วัน คือวันที่ 22 ธันวาคม 2550 เวลา 04.15 น. มีชายฉกรรจ์ 3 คนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์มา 2 คัน ในมือแต่ละคนถือมีดสปาร์ตาร์ที่เอวพกปืน เข้ามาใช้มีดทุบกระจกประตูสำนักงานสถานีวิทยุแตก 2 บาน แล้วโยนระเบิดขวดบรรจุน้ำมันเข้าไปเกิดไฟลุกไหม้และจุดไฟเผาซ้ำ ชาวบ้านใกล้เคียงมาช่วยดับไฟได้ทัน เครื่องส่งวิทยุที่ซื้อหามาได้ด้วยเงินบริจาคของประชาชนไม่ได้รับความเสียหาย ส่วนตัวเขาหลบอยู่ข้างในจึงปลอดภัย

แม้ว่าถูกคุกคามเอาชีวิตถึงสองครั้ง ขวัญชัยยังคงเคลื่อนไหวต่อต้านกลุ่มพันธมิตรต่อมาอย่างไม่หวั่นเกรงเช่นเดิม
วันที่ 28 มิถุนายน 2551 บุกเข้าไปปิดล้อมหน้าบ้านนายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ แกนนำพันธมิตร ที่กำลังตั้งเวทีปราศรัยหน้าบ้านตนเองจนต้องยกเลิกกิจกรรมการชุมนุมไปโดยปริยาย

วันที่ 24 กรกฎาคม 2551 ใช้วิทยุชุมชนประกาศระดมพลบุกไปขับไล่กลุ่มพันธมิตรที่มาตั้งเวทีปราศรัยที่บริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เกิดการปะทะมีผู้บาดเจ็บ 13 คน สาหัส 3 คน (บ้างก็ว่าบาดเจ็บ 20 คน) นายเจริญ ปลอดภัย ส่วนนางธันยนันท์ จรัลจิรวงศ์ แกนนำคนหนึ่งถูกทำร้ายสลบคาที่

ก่อนเข้ามาร่วมงานกับกลุ่มพันธมิตร นายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ เป็นผู้ประสานงานกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มเอ็นจีโอในภาคอีสานคัดค้านการให้ประทานบัตรเข้าสำรวจทำเหมืองแร่โปแตช ของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด ซึ่งมีนายเปรมชัย กรรณสูตร เป็นประธาน ด้วยเหตุผลที่ว่าการทำเหมืองแร่จะก่อผลกระทบต่อวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่

นายเจริญ และพันธมิตรคนอื่นๆ มีนายประกาศิต รูปสูง เป็นต้น ได้ร่วมกันจัดตั้งสถานีวิทยุขึ้น ตามโครงการสถานีวิทยุอุดรธานีเพื่อประชาธิปไตย ทำการออกอากาศเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 ตั้งแต่เวลาหกโมงเช้าถึงเที่ยงคืนทุกวัน ในคลื่นความถี่ 95.25 เม็กเฮิร์ตช์ ปะทะกับคลื่น 97.75 เม็กเฮิร์ตช์ คลื่นมวลชนสัมพันธ์ของขวัญชัย ไพรพนา ซึ่งดำเนินการออกอากาศมาตั้งแต่ปี 2548
นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งร้านค้าASTVShop จำนวน 4 ร้าน กระจายไปทั้งสี่มุมเมืองของจังหวัดอุดรธานี เพื่อเป็นจุดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์เนมASTVของสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้นำแห่งการกู้ชาติของพวกเขา ร้านค้าที่ว่านี้มีลักษณะคล้ายร้านขายของโชห่วยที่เห็นอยู่ทั่วไปตามตึกแถวในเมือง จำหน่ายข้าวสาร กะปิ น้ำปลา ซอส เป็นหลัก เพื่อสร้างเม็ดเงินให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจชาวพันธมิตร ทำให้มีสภาพคล่องดำรงอยู่ได้อย่างไม่ฝืดเคือง ตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งร้านที่ว่า(www.mannager.co.th
5/11/2009)
1.เพื่อสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าASTV products ให้กระจายสู่ประชาชนให้มากที่สุด อันจะเป็นการช่วยให้ASTVมีรายได้สนับสนุนมากขึ้น
2.เพื่อเป็นแหล่งรายได้ของพันธมิตรอุดรในการทำกิจกรรมต่างๆโดยไม่ต้องรบกวนพี่น้องมากนัก
3.เพื่อสนับสนุนรายจ่ายของสถานีวิทยุอุดรธานีเพื่อประชาธิปไตย 95.25 MHz
4.เพื่อให้บริการพี่น้องในการอุดหนุนสินค้าของASTVShopได้สะดวกยิ่งขึ้น
5.เพื่อสนับสนุนกองทุนก่อตั้งศูนย์รวมการ์ดพันธมิตรอุดรธานีอย่างเป็นทางการ
มีการระดมทุนการจัดตั้งร้านค้าด้วยการขายหุ้น 500 หุ้น ราคาหุ้นละ 1,000 บาท ในเพดานคนละไม่เกิน 10 หุ้น ตามข่าวแจ้งว่าให้ติดต่อซื้อหุ้นร้านค้าสาขา 1 ได้ที่ห้างทองศรีอุดรของนายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ ตั้งอยู่ที่หน้าตลาดบ้านห้วย เมืองอุดร สาขา 2 ซื้อได้ที่ศาลาข้าวไทย ตลาดโพธิ์ศรี สาขา 3 ซื้อได้ที่กุ้งเตี๋ยว บ้านเดื่อ สาขา 4 ไม่ได้ระบุ

บทวิเคราะห์
จากข้อมูลที่ได้ทบทวนมาข้างต้น เราอาจนำมาวิเคราะห์หาความจริงและเสนอแนะได้ว่า
1.การเคารพยึดมั่นในหลักความเสมอภาคเท่าเทียม สิทธิเสรีภาพ ภราดรภาพ ถูกละเลยทั้งหมด ทั้งสองกลุ่มไม่ได้มองว่าทุกคนที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทยคือพี่น้องร่วมชาติ(ภราดรภาพ) จึงแบ่งแยกเป็นสีเหลืองสีแดง ด่าทอทุบตีซึ่งกันและกัน เพียงเพราะมีความเห็นที่แตกต่าง การที่ใครจะคิดเห็นแตกต่างจากเรานั้นถือเป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญรับรองว่าไม่ผิด เป็นเรื่องที่ไม่อาจปิดกั้นห้ามปราม(สิทธิเสรีภาพ) ตราบเท่าที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่าความคิดและการกระทำนั้นส่งผลให้ประเทศชาติย่อยยับลงไปอย่างไร เราต้องอธิบายให้ได้ว่าเรื่องที่เห็นต่างกันนั้นความจริงคืออะไร และควรให้เสียงส่วนใหญ่เป็นผู้พิสูจน์ตัดสิน ทุกปัญหาจึงจะมีทางออก เพราะยอมรับฟังผู้อื่น ยอมละทิ้งความยึดถือความเห็นตนเองลงได้ แสดงความมีน้ำใจเป็นนักกีฬาที่เมื่อรู้ว่าแพ้ก็ต้องยอมรับ รู้จักพัฒนาตนเองให้พร้อมที่จะเป็นผู้ชนะในโอกาสหรือวาระต่อไป ไม่ใช่แพ้ไม่ได้แพ้ไม่เป็น เดี๋ยวจะเสียหน้าเสียศักดิ์ศรี

2.มีความพยายามในการสร้างเครือข่ายขุมกำลังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สร้างมวลชนที่เป็นแนวร่วมจากการกล่อมเกลาชักนำโดยสื่อวิทยุ สื่อทางเว็บไซต์ สร้างแหล่งรายได้จากร้านค้าของตนเองที่เรียกว่าASTVShop เพื่อระดมทุนสนับสนุนการต่อสู้เคลื่อนไหว ที่เห็นได้ชัดเจนมากในกลุ่มพันธมิตร เช่นเดียวกับกลุ่มคนรักอุดรที่ระดมทุนสร้างศูนย์ประสานงานที่เรียกว่าอาณาจักรคนเสื้อแดง ด้วยการทอดผ้าป่า 1,000 กอง เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าร่วมสนันสนุนจำนวนมาก แสดงถึงการมีมวลชนที่หนาแน่น ทั้งนี้เพราะกลุ่มคนรักอุดรได้สร้างฐานมวลชนมาก่อนกลุ่มพันธมิตรนานแล้ว หากนับรวมระยะเวลาการเข้ามาทำงานด้านสื่อวิทยุของดีเจขวัญชัย ก่อนก้าวเข้ามาสู่แวดวงการเมือง

3.มีความเป็นไปได้ที่จะเคลื่อนไหวเพื่อนำไปสู่การปะทะด้วยกำลังและอาวุธต่อไปในอนาคต เพราะต่างมองว่าเป็นคนละพวก ยึดถือความเห็นตนเองเท่านั้นว่าถูกต้อง ฝ่ายตรงข้ามไม่เคยคิดอะไรที่ถูกเลย กล่าวหากันว่าไม่มีสมองถูกล้างสมองหรือถูกชักจูงมาด้วยเงินค่าจ้าง ซึ่งพบเห็นมากในกระดานการสนทนาทางเว็บไซต์ ดูเหมือนแต่ละฝ่ายไม่ได้มีอิสระที่จะคิดให้เข้าถึงความจริงในหลายแง่มุม ด้วยเหตุผลและโดยคำนึงถึงหลักการแห่งสิทธิเสรีภาพความเสมอภาคเท่าเทียม

ดังนั้นทุกกิจกรรมการชุมนุมที่เกิดขึ้นจึงต้องมีการ์ดหรือกองกำลังคอยคุ้มครองดูแล มีความพยายามที่จะสร้างกองกำลังให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพราะมีความคิดที่จะไม่ยอมให้คนเห็นต่างได้พูดได้แสดงออก คนคิดต่างต้องถูกกำจัดออกไปเท่านั้น ต่างฝ่ายต่างกลัวถูกกำจัดจึงต้องสร้างกองกำลังขึ้นมาปกป้องตนเอง ซึ่งมองอย่างไรก็ไม่ใช่สังคมที่ก้าวหน้า เพราะยังคงแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลังแบบยุคโบราณ แทนที่จะเปิดเวทีสาธารณะถกเถียงให้ได้ข้อยุติ อย่างไม่ต้องด่าว่าทุบตีให้บาดเจ็บล้มตาย ซึ่งแสดงถึงความถดถอยขาดวุฒิภาวะของสังคมที่ชัดเจนยิ่ง

4.ประชาธิปไตยเป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่สวยหรูในการเคลื่อนไหว เพราะยังคงมีการเคลื่อนไหวในแนวทางสร้างความรุนแรง ยุยงปลุกปั่นให้เกิดอารมณ์ร่วมมากกว่าใช้เหตุผลความจริงเข้าปะทะกัน สังคมประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องปะทะกันทางความคิดเท่านั้น ไม่มีหลักการหลักเกณฑ์ใดๆอนุญาตให้ปะทะกันด้วยกำลังและอาวุธ เพื่อบังคับให้ผู้อื่นต้องเห็นด้วยเท่านั้น ถ้าเห็นต่างคือขายชาติทรยศชาติ

สุดท้ายคงได้แต่หวังว่า สังคมไทยจะเปิดเวทีให้ผู้คิดต่างเห็นต่างได้หยัดยืนอย่างไม่ถูกประณามว่าโง่เขลาเบาปัญญาหรือเป็นทาสรับใช้ใคร เราควรนำเสนอข้อมูลเพื่อชี้ให้เห็นว่าเราคิดถูกอย่างไร พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้นำเสนอและรับฟังอย่างไม่หัวเราะเยาะ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างจริงจัง เพื่อที่เขาจะเห็นด้วยกับเรา หรือเราจะเป็นฝ่ายเห็นด้วยกับเขา หรือจะไม่เห็นด้วยกับใครเลย มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่เป็นปัญหา ถ้าในท้ายที่สุดเรายอมยกให้เสียงส่วนใหญ่เป็นผู้ตัดสินชี้ขาดเป็นมติของมหาชน ปัญหาก็จบ และก็ควรจบด้วยกระบวนการทางรัฐสภา ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์มาตรฐานของระบอบประชาธิปไตย ไม่มีทางอื่นอีกแล้ว..พี่น้องเอ้ย
ณ วันนี้อำนาจทางรัฐสภาก็อยู่ในมือนายอภิสิทธิ์ เขาเท่านั้นคือผู้ที่จะตัดสินใจยุติความขัดแย้ง ไม่ใช่กองทัพ นี่คือการใช้อำนาจโดยประชาชนตัดสินปัญหาของประชาชน..เพื่อประชาชน เป็นการเมืองมิติใหม่โมเดลใหม่ที่ก้าวไกล พ้นความเป็นเหลือง-แดงอุดรขอนแก่นเชียงใหม่สงขลาหรือกทม. เป็นหนึ่งเดียวในความแตกต่างหลากหลายที่งดงาม ประเด็นการศึกษาเปรียบเทียบ
ระหว่างกลุ่มพันธมิตรอุดรธานี กับ ชมรมคนรักอุดรธานี

1.การสร้างองค์กร(ของกลุ่มพันธมิตรฯ อุดร)
-รวบรวมสมาชิกจากเครือข่ายกลุ่ม NGO เช่น สมัชชาประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี กลุ่มนารวม
-จัดตั้งเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอุดรธานี ประกอบด้วยแกนนำ ผู้ประสานงาน มวลชน และการ์ด กระจายอยู่ในเขตเมืองเป็นส่วนใหญ่
-จัดทำเวบไซต์เชื่อมโยงส่งผ่านข้อมูลจากพันธมิตรส่วนกลาง เสริมจานดาวเทียม ASTV
-จัดตั้งสถานีวิทยุเพื่อประชาธิปไตย คลื่น FM 95.25 MHz เป็นสื่อกลางเชื่อมประสานระดับชาวบ้านในท้องถิ่น
-จัดตั้งร้านจำหน่ายสินค้าตราASTV สร้างแหล่งทุนสนับสนุนการเคลื่อนไหว

1.การสร้างองค์กร(ของชมรมคนรักอุดร)
-รวบรวมสมาชิกจากกลุ่มแฟนคลับของดีเจขวัญชัย ไพรพนา ที่จัดรายการวิทยุมานานกว่า 20-30 ปี
-จัดตั้งเป็นชมรมคนรักอุดรธานี ประกอบด้วยที่ปรึกษา ประธานชมรม แกนนำ ผู้ประสานงาน มวลชนแฟนคลับ และการ์ด กระจายอยู่ทั่วไปทั้งในเขตเมืองและตำบล อำเภอต่างๆในจังหวัด
-จัดทำเวบไซต์เชื่อมโยงส่งผ่านแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสมาชิก
-จัดตั้งสถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร FM 97.50 MHz เป็นสื่อกลางเชื่อมประสานระหว่างสมาชิกและขยายฐานมวลชน
-จัดตั้งจัดศูนย์ประสานงานที่เรียกว่า “เมืองหลวงเสื้อแดงอุดร” เป็นแหล่งระดมสรรพกำลังจากมวลชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนกลาง และภูมิภาคอื่นๆ
-จัดตั้งโรงเรียนคนเสื้อแดง(แกนนำนปช.) ผลิตกำลังคนให้มีความพร้อมด้านความรู้แนวคิดและอุดมการณ์ เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหว

2.แนวทางการเคลื่อนไหว (พันธมิตรฯ อุดร)
-ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั้งวิทยุและเวบไซต์
-จัดประชุม สัมมนา เผยแพร่แนวคิดแนวทางของกลุ่มตามสถาบันการศึกษา เช่น สถานบันราชภัฏอุดรธานี
-จัดการชุมนุมปราศรัยในที่สาธารณะ เดินขบวนรณรงค์ ในย่านชุมชนเขตเทศบาล เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความตระหนักในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยกระจายข่าวผ่านสื่อ
-ประสานความร่วมมือกับกลุ่มNGO เพื่อรวบรวมมวลชนร่วมเคลื่อนไหว

2.แนวทางการเคลื่อนไหว (ชมรมคนรักอุดรฯ)
-ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทั้งวิทยุและเวบไซต์ โดยเฉพาะวิทยุเป็นสื่อที่มีพลังสูงสุด
-จัดการเรียนรู้แนวคิดแนวทางของกลุ่มโดยโรงเรียนคนเสื้อแดง(นปช.อุดรธานี)
-จัดการชุมนุมปราศรัยในที่สาธารณะ เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความตระหนักในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง
-เดินขบวนขับไล่กดดันให้กลุ่มพันธมิตรยุติการชุมนุมในที่สาธารณะ
-ประสานความร่วมมือกับแกนนำนปช.ส่วนกลางนำมวลชนเข้าร่วมเคลื่อนไหวทั้งในและนอกพื้นที่อุดร

3.ปัจจัยการดำรงอยู่ (พันธมิตรฯอุดร)
-การสนับสนุนของกลุ่มNGO ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และส่วนกลาง
-การสนับสนุนของกลุ่มพันธมิตรส่วนกลาง
-การสนับสนุนของมวลชนผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจ
-การมีสื่อสารมวลชนของตนเอง
-การสร้างแหล่งทุนจากร้านค้าASTVShop

3.ปัจจัยการดำรงอยู่ (ชมรมคนรักอุดร)
-การสนับสนุนของกลุ่มสมาชิกแฟนคลับชมรมคนรักอุดร
-การมีสื่อสารมวลชนของตนเอง บริหารงานในรูปบริษัท
-การสนับสนุนของมวลชนคนรากหญ้าทั่วไปผู้สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
-การสร้างเครือข่ายเพื่อระดมทุนโดยการบริจาค ผ่านศูนย์ประสานงานชมรมคนรักอุดรแห่งใหม่
-การสนับสนุนของกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น


ประวัติแกนนำชมรมคนรักอุดรธานีนายขวัญชัย ไพรพนา(สาราคำ)
เป็นชาวอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
มีอาชีพเป็นนักจัดรายการวิทยุ จัดประกวดนักร้องเพลงลูกทุ่ง จัดคอนเสิร์ต คลุกคลีอยู่ในวงการสื่อวิทยุและเพลงลูกทุ่งมากว่า 20-30 ปี

ก่อตั้งชมรมคนรักอุดร บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ก่อนเข้ามาสนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมืองในกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

อดีตข้าราชการทางการเมือง ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรียุครัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช
เป็นแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงอุดรธานี ที่มีบทบาทสูงและพลังมวลชนหนาแน่น


********************************


ประวัติแกนนำกลุ่มพันธมิตรอุดรธานีนายเจริญ หมู่ขจรพันธ์
ศิษย์เก่าเตรียมอุดม รุ่นที่ 33
มีอาชีพเป็นนักธุรกิจค้าขายทอง เจ้าของห้างทองศรีอุดร
เป็นนักกิจกรรมภาคประชาสังคม เคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มสมัชชาประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มสมัชชาประชาชนอุดรธานี กลุ่มพิทักษ์ประชาธิปไตย กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี กลุ่มนารวม กลุ่มเยาวชนฮักถิ่น เรียกว่ามีบทบาทและเครือข่ายอยู่ในกลุ่ม NGO ทั้งหลาย ก่อนเข้าสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)ของสนธิ ลิ้มทองกุล
เป็นแกนนำกลุ่มกลุ่มพันธมิตรอุดรธานี ที่มีบทบาทสูง

********************************

วันประวัติศาสตร์แดงทั้งแผ่นดิน


วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) เวลา 10.00 น. กลุ่มคนเสื้อแดงถือเป็นวันประวัติศาสตร์ นายวีระ มุสิกพงษ์ ประธาน นปช. (แดงทั้งแผ่นดิน) นำอ่านแถลงการณ์ต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหารพร้อมกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุมหน้าหน่วยทหารทั่วประเทศ

การไปอ่านแถลงการณ์หน้าค่ายทหารทั่วประเทศบรรยากาศเป็นไปด้วยดี จะมีก็แต่ที่ค่ายพรหมโยธิน มีการเปิดเครื่องขยายเสียงจากภายในเพื่อรบกวนเสียงคนเสื้อแดง แกนนำกล่าวว่า ผู้มีอำนาจในค่ายทหาร ไม่ต้องการให้เหล่าทหารหาญรับรู้ข้อมูลความจริงอีกด้านของสังคม

พร้อมกันนี้ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวขอความร่วมมือเพื่อนพ้องน้องพี่ ช่วยกันเป็นหูเป็นตาค่ายทหาร 2 แห่ง เนื่องจากมีปฏิกริยาชัดเจนว่าไม่พอใจกิจกรรมที่กลุ่มคนเสื้อแดงออกมาแสดงพลังต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหาร นั่นคือค่ายพรหมโยธี - พล.ร 2 ปราจีนบุรี และค่ายธนะรัชต์ ศูนย์การทหาราบ ประจวบคีรีขันธ์

ด้านพล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 บอกให้ฝ่ายกฏหมาย ของรัฐบาลจัดการควบคุมดูแลกองทัพประชาชน เข้าข่ายกบฏ

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี พล.ต.ดร.ขัตยะ สวัสดิผล (เสธ.แด.)นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุพร อัตถาวงษ์ กลับจากดูไบเช้าวันนี้(4 กุมภาพันธ์) ยืนยันเสื้อแดงมีมวลชนนับล้าน

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เผย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รับปากเป็นผู้นำกองทัพแดง แต่ไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกถามอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ว่าใช้อะไรตั้งกองทัพประชาชน

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ออกมาระบุ กองทัพประชาชนเถื่อน

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิระ บอกตำรวจออกหมายเรียก พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี พล.ต.ดร. ขัติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง)มาสอบสวนเรื่องกองทัพประชาชน และถ้า พล.อ.ชวิลิต ยงใจยุทธ (บิ๊กจิ๋ว)รับเป็นผู้บัญชาการ ให้จับกุมข้อหากบฏทันที

คำถามของ พล.อ.อนุพงษ์ คงมีหลายฝ่ายตอบได้ในทันทีว่า "ทักษิณ" ไม่ได้เป็นคนจัดตั้งกองทัพประชาชน หากแต่เป็นการรวมตัวของผู้ที่คิดว่า ตนเองกำลังตกอยู่ภายใต้การปกครองที่ไม่มีความเสมอภาค ภราดรภาพและสิทธิเสรีภาพ ขาดความเท่าเทียม หรือที่ได้ยินจนชินหูว่า 2 มาตรฐานต่างหาก จึงทำให้กองทัพประชาชนเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และพร้อมที่จะต่อสู้กับสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าอยุติธรรม

หากมีผู้มองว่า การลุกขึ้นต่อต้านการปฏิวัติรัฐประหารของประชาชน เข้าข่ายกบฏ คงมีคนย้อนถามกลับไปว่า แล้วเหตุการณ์ 19 กันยา 2549 เรียกว่าอะไร แล้วการที่ผู้มีอำนาจคิดจะ ผลักดันประชาชนเรือนล้านให้กลายเป็น กบฎ ถูกต้องเหมาะสมแล้วหรือ?

แล้วผู้ที่กระทำการบุกยึดสนามบินนานาชาติ บุกยึดทำเนียบรัฐบาลและสถานที่ราชการอีกหลายแห่ง เรียกผู้ก่อการดีใช่หรือไม่?

หากเป็นเช่นนั้นทั่วโลกคงสงสัยว่า สายตาของบรรดาท่านนำ มีมุมมองแปลกๆ แตกต่างจากสายตาชาวโลกชนิดที่เรียกว่าขาวกับดำเลยก็ว่าได้

นปช.(แดงทั้งแผ่นดิน) นัดรวมพลตบเท้าต้านรัฐประหาร


วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) สุรชัย แซ่ด่าน หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงเข้าร่วมที่เวทีเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 ที่ชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 เพื่อขับไล่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ที่หน้า บชก.ภาค 5

ในวันพรุ่งนี้ (4 กุมภาพันธ์) ตั้งแต่เวลา 09.00 นกลุ่มคนเสื้อแดง กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นัดรวมพลเพื่อนพ้องน้องพี่ ไปตบเท้าประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านรัฐประหารที่หน้าค่ายทหารทั่วประเทศ เพื่ออ่านแถลงการณ์ต่อต้านการทำปฏิวัติรัฐประหาร หลายจุด คือ
1. หน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ถนนวิภาวดี
2. หน้ากรมทหารราบที่ 11 ถนนพหลโยธินฝั่งตะวันออก แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน
3. หน้า ม. พัน 4 ย่านเกียกกาย
4. มณฑลทหารบกที่ 33(มทบ.33) ค่ายกาวิละ เชียงใหม่ นำโดยสุรชัย แซ่ด่าน
5. หน้า ทบ. จังหวัดตาก
6. หน้าค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี
7. หน้าค่าย ร .21 จังหวัดลพบุรี
8. หน้ากรมทหารราบที่ 23 อำเภอกันทราลักษ์ จ.ศรีสะเกษ
9. หน้าค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์
10.หน้าค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
11.หน้าค่ายทหารพรหมโยธิน หน่วยรบหลักบูรพาพยัคม์ จังหวัดปราจีนบุรี

ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00-24.00 น. แกนนำ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน จะเดินทางไปปราศรัยที่วัดป่าเลไลย์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อถามใจนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยว่าคิดอย่างไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

"ชุมพล" ยื่น 102 รายชื่อ แก้ไขรัฐธรรมนูญ


วันนี้ (3 กุมภาพันธ์)นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นตัวแทนนำพรรคร่วมยื่น 102 รายชื่อ ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาเพื่อบรรจุเข้าในวาระการประชุมภายใน 15 วัน

ด้านโฆษกฝ่ายต่างประเทศของ นปช. (แดงทั้งแผ่นดิน) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อสถานทูตสหรัฐฯ ขอให้ระงับวีซ่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการกองทัพบก เหตุเพราะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการรัฐประหาร 19 กันยา ผิดกฏหมายเข้าเมืองของสหรัฐ

สายวันนี้ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ตัวแทนนักศึกษาได้ไปสถานทูตสหรัฐฯ เพื่ออ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติความช่วยเหลือและความร่วมมือต่างๆ กับกองทัพไทย หากมีการทำรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมอดีตนายทหาร เจ้าตัวอ้างเป็นคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี หลอกสาวกู้แบงค์เสียหายนับแสนบาท

ด้านนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่เข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการสอบสวนศาลฎีกาฯ กรณีล่วงรู้คำพิพากษาคดีทุจริตกล้ายางก่อนอ่านคำพิพากษา

พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทหาร สูงสุด อาสาเป็นกาวใจให้ พล.ต.ดร.ขัติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดงและ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมกับเตือนผู้ที่คิดจะทำการปฏิวัติให้คิดถึงประเทศชาติและประชาชนให้มากๆ

เทมาเส็กจ่อทิ้งไทยคม


หลังจากบริษัทชิน คอร์ปฯ ขายหุ้นให้กับบริษัทเทมาเส็ก เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2549 ล่าสุดเวบไซต์ เอเซีย ไทม์ออกมาวิเคราะห์ ถึงสถานการณ์การถือครองหุ้นชินคอร์ป ของบริษัทเทมาเส็กโฮลดิ้งส์ กองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ว่าขาดผลกำไรจากการประกอบการติดต่อกันมาแล้วหลายปี และทิศทางในอนาคตยังคงดูมืดมน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่

จากรายงานของธอมสัน รอยเตอร์ส กล่าวถึงการขายพันธบัตรมูลนิธิไทยคมมูลค่า 7 พันล้านบาทในเดือนพฤศจิกายน จะสามารถช่วยให้บริษัทชำระหนี้และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นได้ภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นการชำระครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004 และแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการออกมา แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าไทยคมขาดทุนสุทธิอยู่ราว 349 ล้านบาทในปี 2009

จากผลประกอบการทางธุรกิจบวกกับการเมืองไทยยังไม่นิ่ง ทำให้บริษัทเทมาเส็ก เตรียมขายหุ้นไทยคมทิ้ง ท่ามกลางการจับตาคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

หากจะมองในแง่ธุรกิจหลายฝ่ายออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของของอดีตนายกคนที่ 23ของไทย ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นกับบรรดานักลงทุน และอาจทำให้ต่างชาติย้ายฐานการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

โฆษก ปชป.เผยเครือข่ายทักษิณปูพรมสร้างสถานการณ์หวังให้เกิดความุรนแรง


นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า คณะทำงานปฏิบัติการเพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมืองของพรรคฯ(วอร์รูม) พบว่าเครือข่ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมเคลื่อนไหวชักนำสังคมไปสู่การเผชิญหน้าและการใช้ความรุนแรง เพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สังคม และการปกครอง

ทั้งนี้จะแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก คือ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง พุ่งเป้าปลุกระดมมวลชนด้วยข้อมูลเท็จเรื่องการทำรัฐประหารเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาอย่างกว้างในมวลชน โดยจะทำการปิดล้อมและกดดันหน่วยทหารทั่วประเทศเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิดและหวังผลในปฏิบัติการตอบโต้

ส่วนที่สอง คือ พรรคเพื่อไทย(พท.) จะเคลื่อนไหวไปกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อสร้างฐานความเชื่อที่ผิดว่า กกต.เป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะปฏิบัติสองมาตรฐานกรณีพิจารณาคดีเงิน 258 ล้านบาทของพรรค ปชป.

และส่วนที่สาม คือ อดีตแนวร่วมพรรคคอมมิวนิตส์แห่งประเทศไทยที่เป็นเครือข่ายร่วมกันระหว่างพรรคคอมมิวส์นิตโลกหลายแห่ง โดยมีการพูดคุยถึงการเตรียมแนวรบ การเตรียมผ้าขี้ริ้วกับน้ำมัน การเตรียมอาวุธ เพื่อสร้างเงื่อนไขความเปลี่ยนแปลงในลักษณะเร่งเร้า กระตุ้น สร้างสถานการณ์ที่นำไปสู่การเผชิญหน้ากัน ซึ่งใช้มวลชนในภาคอีสานเป็นหลัก โดยแบ่งหน้าที่รับผิดชอบเป็น นปช.ขอนแก่น รับผิดชอบกระทรวงมหาดไทย นปช.อุดรธานีรับผิดชอบกระทรวงกลาโหม นปช.กาฬสินธุ์-หนองคายรับผิดชอบกระทรวงต่างประเทศ

โฆษกพรรค ปชป.กล่าวว่า ขณะเดียวกันก็มีเป้าหมายเพิ่มเติม ได้แก่ คตส. และ กกต. โดยการนำรายชื่อครอบครัวและรูปภาพแจกจ่ายให้กับมวลชนคนเสื้อแดงคอยติดตามกดดัน มีการปลุกระดมมวลชนให้รู้สึกว่ามีความไม่เป็นธรรมในสังคม และขับเคลื่อนไปสู่การปลดแอกปฏิวัติประชาชน

คัดลอกมาจากสำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 16:45:58 น.

บทวิเคราะห์
ปัจจุบันแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)แดงทั้งแผ่นดิน เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และเชื่อว่า ณ วันนี้คงไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามีจำนวนมากน้อยเท่าใด จะว่าเป็นเพราะการปลุกระดมมวลชนของบรรดาแกนนำ ผู้เขียนมองว่านั่นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง

แต่หากลองมองลงไปให้ลึก จะรู้ว่าข้อมูลความจริงที่คนเหล่านั้นนำมาเปิดเผยต่างหากที่ทำให้ประชาชนสนใจ ผู้บริโภคข้อมูลข่าวสารนำไปเปรียบเทียบกับสื่อของรัฐ ซึ่งปัจจุบันเรดติ้งน่าจะลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ เหตุเพราะเสนอข้อมูลไม่รอบด้านออกจะเป็นการนำเสนอข่าวสารเพียงด้านเดียว

ส่วนที่ 2 พรรคเพื่อไทย ผู้เขียนมองว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ต้องตรวจสอบทุจริตฝ่ายรัฐบาล และไม่ใช่แต่เฉพาะคดีเงินบริจาค 258 ล้านของพรรคประชาธิปัตย์ที่เลื่อนแล้วเลื่อนอีกจนประชาชนเริ่มจับตามองด้วยความสงสัย เมื่อมีคนจุดประเด็นให้ลองเปรียบเทียบกับคดีอื่นๆ ในอดีต โดยเฉพาะคดียุบพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน คดีตะหลิวกับกระทะของอดีตนายกสมัคร และคดีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นหลัง 19 กันยา 2549

โปรดอย่าลืมว่าประชาชนมีความรู้สึกนึกคิด มีวิจารณญาณในการรับรู้รับฟังข้อมูลข่าวสาร ใช่ว่าใครเป่าหูแล้วจะเชื่อไปซะทุกเรื่อง แต่ที่คนเสื้อแดงเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเพราะข้อมูลข่าวสาร ประกอบกับหลักฐานและการกระทำของผู้มีอำนาจต่างหากที่ทำให้บรรดาคนเหล่านั้น "เสื่อม" ชนิดที่เรียกว่าทั้งภาครัฐและนักวิชาการรวมทั้งเอกชนบางกลุ่มร่วมด้วยช่วยกันฉุดกระชากรากถูแบบข้างๆ คูๆ ก็ฉุดรั้งไว้ไม่อยู่

ส่วนที่ 3 อดีตแนวร่วมพรรคคอมมิวนิตส์แห่งประเทศไทยที่เป็นเครือข่ายร่วมกันระหว่างพรรคคอมมิวส์นิต รัฐบาลมองว่าคนเหล่านั้นกำลังเตรียมแนวรบ เตรียมผ้าขี้ริ้วกับน้ำมัน เตรียมอาวุธ เพื่อสร้างเงื่อนไขความเปลี่ยนแปลงในลักษณะเร่งเร้า กระตุ้น สร้างสถานการณ์ที่นำไปสู่การเผชิญหน้ากัน โยใช้มวลชนในภาคอีสานเป็นหลัก

การที่รัฐบาลคิดเช่นนี้ ผู้เขียนคิดว่าเป็นการมองในแง่ร้าย เนื่องจากบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงประกาศชัดเจนแล้วว่าเตรียมความพร้อมเพื่อต่อต้านรัฐประหาร หากผู้มีอำนาจหรือมีอาวุธอยู่ในมือ ไม่คิดทำการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งถือเป็นการเผาบ้านเผาเมืองตัวเอง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชนในระยะยาว ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การลงทุน ท่องเที่ยว ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศชาติเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้คนในชาติแม้แต่เด็กนักเรียนชั้นประถมก็พอจะรู้ จึงไม่แปลกที่จะมีผู้คิดต่อต้านการทำปฏิวัติรัฐประหาร

การออกมาวิพากษ์วิจารณ์ของโฆษกรัฐบาล จึงเป็นการคิดในแง่ร้ายเกินเหตุ และที่สำคัญมองข้ามความรู้สึกนึกคิดของประชาชน หรือที่พูดกันตามประสาชาวบ้านว่า "ท่านกำลังดูถูกประชาชน" อาจรวมไปถึงทหารในกรมกองเข้าไปด้วย ว่าเป็นกลุ่มคนที่สามารถปลุกปั่นชักจูงได้ง่าย

ท่านโฆษกรัฐบาลอาจมองข้ามความจริงที่ว่า "มนุษย์" มีความรู้สึกนึกคิดที่จะรู้ผิดรู้ชอบ เมื่อใดก็ตามที่เขาคิดว่าสิ่งที่คนบางกลุ่มทำนั้น "ผิด" ก่อให้เกิดกระบวนการ 2 มาตรฐาน ซึ่งประโยคนี้ผูเขียนได้ยินประชาชนพูดกันหนาหู ความไม่เห็นด้วยก็จะบังเกิด และบางคนหรือบางกลุ่มอาจแสดงออกด้วยการลุกขึ้นมาต่อต้าน ทวงถาม ก็สุดแท้แต่สถานการณ์ว่ากลุ่มคนเหล่านั้นจะเลือกแสดงออกด้วยวิธีใด