วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552

อดีต คมช. เชื่อสุรยุทธ์คิดไว้ก่อนเสนอเป็นตัวกลางเจรจา "ทักษิณ"



พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่น 3 ข้อเสนอก่อนที่จะพูดคุยกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ว่า เราควรอยู่กับปัจจุบันเพื่อทำให้อนาคตดีขึ้น ซึ่งสามารถนำอดีตมาคิดเป็นส่วนประกอบได้ แต่อย่ายึดติดจนส่งผลกระทบกับปัจจุบัน

"เชื่อว่าการที่พล.อ.สุรยุทธ์ เสนอที่จะเป็นตัวกลางเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ น่าคิดอะไรในใจไว้ก่อนแล้ว ซึ่งทางที่ดีต้องไปสอบถามกับพล.อ.สุรยุทธ์ ว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอทั้ง 3 ข้อ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ ขณะที่บรรดาอดีต คมช.ยังไม่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือ แต่ยอมรับว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย"

ด้าน พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี กล่าวว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ทราบเรื่องดังกล่าวจากข่าวในหนังสือพิมพ์แล้ว แต่ยังไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพล.อ.เปรม สื่อควรไปสอบถามจาก พล.อ.สุรยุทธ์ หรือบุคคลใกล้ชิดจะดีกว่า

ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อนั้น พล.ร.อ.พะจุณณ์ ปฏิเสธที่จะให้ความชัดเจน เพียงแต่บอกว่าเห็นด้วยกับรัฐบาล

ข่าวจาก มติชนออนไลน์

บทวิเคราะห์

หากข่าวที่ออกมาว่าจะมีการเจรจาเป็นเรื่องจริงและเดินหน้าไปอย่างราบรื่นรวดเร็ว ผลของการเจรจาลงเอยด้วยดีกับทุกฝ่าย ประชาชนคนไทยคงโล่งอกโล่งใจไปตามๆ กัน หลังจากเกรงว่าจะมีการนองเลือดในไม่ช้า

แต่อาจมีบางคนคลางแคลงใจว่า ใช้วิธีนี้เพื่อต้องการยื้อเวลา บั่นบอนความน่าเชื่อถือและชอบธรรมในการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ หากแนวคิดเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นอันตรายต่อทักษิณและกลุ่มคนเสื้อแดงไม่น้อย

เนื่องจากคดีความต่างๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรและแกนนำคนเสื้อแดงที่ออกมาพร่ำพูดตลอดมาว่า 2 มาตรฐาน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ คนเสื้อเหลืองและพรรคประชาธิปัตย์ และเพราะเหตุนี้ฝ่ายกุมอำนาจรัฐจึงมีความได้เปรียบ ในขณะที่บุคคลอีกกลุ่มเสียเปรียบ

และหากผู้ได้เปรียบออกมาบอกว่าพร้อมตั้งโต๊ะเจรจา แต่ทำไปโดยไม่มีความจริงใจ จะเป็นภัยกับคนอีกกลุ่มเพราะจะหมดความชอบธรรมในสายตาประชาชนและอาจเสียแนวร่วมบางส่วนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และหากอนาคตมีการเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมต่อสู้ในภายหลังจะเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เพราะไม่แน่ใจว่าสู้เพื่อจุดประสงค์ใดระหว่าง "ประชาธิปไตยหรือสู้เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง"

พึงระมัดระวังเรื่องการเจรจา ควรจะอยู่ในกรอบที่ทุกฝ่ายพึงรับได้ ส่วนเรื่องการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ถือว่ามีความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย แต่คดีความต่างๆ ที่กำลังงวดเข้ามาทุกขณะและมีข่าวผ่านสื่อหลายแขนงว่ารัฐบาลและผู้มีอำนาจบางคนเตรียมประสานกับกระบวนการยุติธรรมตามหนังสือลับของกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้หลายฝ่ายคลางแคลงใจเกรงจะมีการตั้งธงยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและบั่นทอนควมน่าเชื่อถือของกลุ่มคนเสื้อแดง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น