วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กฤษฎีกาฟัน "ทักษิณ"






กฤษฎีกาฟัน ทักษิณ ถอดยศสั่งริบเครื่องราชฯ พธม.บุกทูตเขมรอัดบิ๊กจิ๋วขายชาติทักษิณเผาบ้านอีก ขอบคุณพี่จิ๋วป่วน “กฤษฎีกา” ฟันธงให้ถอดยศ พ.ต.ท.-ริบคืนเครื่องราชฯ “ทักษิณ” หลังถูกศาลฎีกาฯ จำคุก 2 ปี ชี้คำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
ขณะที่ปัญหาไทย-กัมพูชา “มาร์ค” มั่นใจฮุน เซน เข้าใจสถานภาพทักษิณมากขึ้น หลังส่งเทพเทือกเคลียร์ ย้ำคิดให้ดีให้ที่พักพิงแม้ว “สุเทพ” ยันคุย ฮุน เซน ไร้ปัญหาคาใจแล้ว อ้างนายกฯ เขมรไม่คิดก้าวก่ายการเมืองไทย
แฉแผน "ทักษิณ" หวังใช้ศาลเขมรฟอกผิดก่อนกลับไทย เลียนแบบผู้นำเผด็จการต่างประเทศ ด้าน “วีระ” ยกพลสมัชชา ปชช.บุกสถานทูตเขมร ประณามฮุน เซนจุ้นการเมืองไทย อัดบิ๊กจิ๋วขายชาติ ส่วน “พธม.” ประณามเพื่อไทยสมคบกัมพูชาย่ำยีเกียรติภูมิชาติ อัดนำผลประโยชน์ชาติไปแลกผลประโยชน์ส่วนตัว
“จำลอง” แฉจิ๋วชวนเข้า พท.แต่ปัด ชี้รับไม่ได้ คบพวกด่าป๋าเปรมเสียๆ หายๆ ขณะที่ “บิ๊กจิ๋ว” ไม่สนคำครหาขายชาติ ยันเดินสายเผาบ้านต่อ ปัดชักศึกเข้าบ้าน ส่วน “ทักษิณ” โฟนอินขอบคุณจิ๋วยันทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เตรียมบินเขมรขอบคุณ ฮุน เซน
“ลิ่วล้อแม้ว” โม้อีก 2 ธ.ค.นายใหญ่กลับไทย โวระดมคน 2 แสน รอต้อนรับสุวรรณภูมิ ขณะที่ “เสื้อแดง” ประกาศเดินหน้าป่วนเมืองเดือน พ.ย. โวมาเป็นล้าน ยันไล่รัฐบาล ไม่ชนะไม่เลิก ด้าน “เทือก” ขู่งัด กม.มั่นคงรับมือ เตือน พท.-เสื้อแดง ใช้กำลังข่มขู่ล้มล้างรัฐบาล ไม่มีวันได้ชัยชนะที่ยั่งยืน
ข่าวจาก หนังสือพิมพ์บ้านเมือง/ryt9.com
บทวิเคราะห์
กรณีกฤษฎีกาฟัน "ทักษิณ" ถอดยศสั่งริบเครื่องราชฯ คงมีคนไทยและต่างชาติจำนวนไม่น้อย สงสัยว่าทำไมเพิ่งมาคิดดำเนินการในช่วงสมเด็จฯ ฮุนเซนออกมาแสดงความเป็น "มิตรแท้" ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
และหากทำเช่นนั้นจริง จะยิ่งเป็นการ "ตอกย้ำ" ให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เพียงเพราะต้องการทำลายชื่อเสียงเกียรติยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เหตุเพราะไม่มีความผิดอื่นใดที่สามารถดำเนินคดีตามกฏหมายได้
กรณีที่มีการออกแฉแผน "ทักษิณ" หวังใช้ศาลเขมรฟอกผิดก่อนกลับไทย มีคนจำนวนไม่น้อยสงสัยว่า ผู้ออกมาให้ข่าวมีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ หากมีทำไมไม่งัดออกมาเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย หรือว่าเป็นเพียงการให้ข่าวจากจินตนาการ เพื่อหวัง "จุดประเด็นทำลายฝ่ายตรงข้าม"
กรณีนาย “วีระ” ยกพลสมัชชา ปชช.บุกสถานทูตเขมร ประณามฮุนเซนจุ้นการเมืองไทย อัดบิ๊กจิ๋วขายชาติ คงมีคนไทยจำนวนไม่น้อย อยากทราบว่ามีพื้นที่ส่วนไหนของไทยที่ถูกบิ๊กจิ๋วขาย
หากการไปเยือนกัมพูชาของบิ๊กจิ๋ว ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการไปเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าในฐานะ "มิตร" หมายถึงการขายชาติ แล้วกรณีผู้นำประเทศไทยอย่างอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สุเทพ เทือกสุบรรณ กษิต ภิรมย์และคนอื่นๆ ก็เคยไปกัมพูชาเหมือนกัน แบบนี้ไม่เรียกว่า "ขายชาติ" ด้วยหรือ
การไปเยือนต่างประเทศของบิ๊กจิ๋ว อาจมีหลายคนมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะอดีต “บิ๊กจิ๋ว” เคยมีตำแหน่งถึงนายกรัฐมนตรี และเมื่อกลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้ง การพาตัวไปเชื่อมสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านย่อมเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง
ส่วน “พธม.” ออกมาประณาม "เพื่อไทย" สมคบกัมพูชาย่ำยีเกียรติภูมิชาติ อัดนำผลประโยชน์ชาติไปแลกผลประโยชน์ตน ข้อหาเหล่านี้ร้ายแรง หากไม่มีหลักฐานแต่เป็นแค่เพียงลมปากออกมากล่าวหาอย่างเลื่อนลอย อาจมีหลายคนมองว่า พธม. ให้ข่าวโดยมีเจตนา "หวังทำล้ายชื่อเสียงพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม"
หาก "เพื่อไทย" ฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาท และกัมพูชานำไปเป็นประเด็นต่อนานาชาติ ว่า พธม. ใส่ร้ายป้ายสี พูดจาเลื่อนลอยปราศจากข้อมูลหลักฐาน พรรคการเมืองใหม่และชื่อเสียงของพันธมิตรฯ ในสายตาชาวโลกจะเป็นเช่นไร?
เพราะกรณีการบุกยึดสถานที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะสนามบินนานาชาติ ย่อมประจารณ์ตัวเองและความศักดิ์สิทธิ์ของกฏหมายไทยอยู่แล้วว่า พันธมิตรฯ เป็นพวกที่ชอบใช้ความรุนแรง โดยที่กฏหมายบ้านเมืองไม่สามารถเอาผิดได้ แล้วแบบนี้ประเทศที่มีประชาธิปไตยเต็มใบ ยังจะกล้าคบค้าสมาคมกับประเทศไทยอยู่อีกหรือ?
กรณีที่มีข่าวว่า "นายใหญ่กลับไทย วันที่ 2 ธ.ค." และมีการระดมคน 2 แสน รอต้อนรับที่สุวรรณภูมิ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไทยย่อมมีสิทธิ์กลับแผ่นดินถิ่นเกิด และจากเสียงเรียกร้องของคนรากหญ้า เนื่องจากการดำเนินนโยบายผิดพลาดของรัฐบาล ทำให้มีเสียงเรียกหา พ.ต.ท.ทักษิณ ดังกระหึ่มไปทั่วประเทศ จึงอาจมีประชาชนนับล้านที่ชื่นชอบนโยบาย "ทักษิโณมิก" ไปรอต้อนรับ
และต่อให้รัฐบาลงัดกฏหมายความมั่นคงมาใช้ ก็ไม่สามารถห้ามจิตใจที่มุ่งมั่นจากพลังศรัทธาของประชาชนที่มีต่อ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" ได้
และหากรัฐบาลคิดจะใช้กำลังสลายการชุมนุม หรือสลายผู้ที่ออกไปรอต้อนรับ "ทักษิณ" อาจมีการเสียเลือดเนื้อของคนไทยด้วยกันเอง
ทั้งนี้ ก็เพราะเหตุแห่ง "ความอิจฉาริษยา" ต้องการเอาชนะของรัฐบาลและเหล่าอำมาตย์ที่สะกดคำว่า "แพ้ไม่เป็น" โดยไม่สนใจเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน นั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น